กรมชลฯ เดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำแม่กึ๊ดหลวงตอนบน แก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม เพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน เสริมความมั่นคงทางน้ำรองรับพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่สนับสนุนความมั่นคงทางน้ำให้กับพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก จึงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน และเสริมความมั่นคงทางน้ำ เพื่อรองรับพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก จึงได้คัดเลือกโครงการที่มีลำดับความสำคัญเร่งด่วน จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กึ๊ดหลวงตอนบน ตำบลแม่กาษาอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 2. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง ตำบลด่านแม่ละเมาอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 3. โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน บ้านแม่ละเมา ตำบลคีรีราษฐ์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2568 กรมชลประทานได้ว่าจ้าง บริษัท ฟลัดเวย์ จำกัด ดำเนินการงานจ้าง สำรวจ ออกแบบ โครงการอ่างเก็บ น้ำแม่กึ๊ดหลวงตอนบน ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ เสริมสร้างความมั่นคงของแหล่งน้ำ จัดหาน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่โครงการ ทั้งยังรองรับการขยายตัวในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก โดยจะสิ้นสุดสัญญางานจ้างสำรวจ ออกแบบ ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 รวมระยะเวลา 450 วัน

เนื่องจากในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากจะต้องมีแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการศึกษาเพื่อสนับสนุนโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ซึ่งทั้ง 3 โครงการกรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาในรายละเอียดเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติงบประมาณทั้ง 3 โครงการ หลังจากนั้นจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 3-4 ปีทุกโครงการจึงจะแล้วเสร็จ และเมื่อแล้วเสร็จจะเป็นการสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเล็ก โรงงาน พื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก

นายธีระชัย เนียมหลวง ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านออกแบบและคำนวณ) กรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับแนวทางการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการอ่างเก็บน้ำแม่กึ๊ดหลวงตอนบน กรมชลประทานร่วมกับบริษัท ฟลัดเวย์ จำกัด ดำเนินการศึกษาสรุปการออกแบบทางวิศวกรรมที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและอุทกวิทยาของพื้นที่ รวมถึงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ให้น้อยที่สุด โดยมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 4 องค์ประกอบคือ เขื่อนหัวงาน ลักษณะเป็นเขื่อนดินแบบแบ่งส่วน มีความสูงของตัวเขื่อนสูงสุดที่ 25.50 เมตร สันเขื่อนกว้าง 9 เมตร และความยาวสันเขื่อนประมาณ 284.45 เมตร สามารถกักเก็บน้ำที่ระดับกักเก็บสูงสุดได้ 2.31 ล้านลูกบาศก์เมตร อาคารทางระบายน้ำล้น (Spillway) ซึ่งจะใช้ในกรณีฉุกเฉิน ทางฝั่งขวาของตัวเขื่อนเป็นชนิด Side Channel พร้อมติดตั้งบานระบายแบบพับได้ มีความยาวสันฝาย 20 เมตร เพื่อรองรับปริมาณน้ำหลากสูงสุดไหลผ่านอาคารได้ 62.99 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อาคารท่อส่งน้ำลงลำน้ำเดิม (River Outlet) ตั้งอยู่ใกล้ริมตลิ่งฝั่งขวาของลำน้ำ แนวอาคารตั้งฉากกับตัวเขื่อน เป็นท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อหลัก 1.20 เมตร และท่อแยก 0.80 เมตร เพื่อทำหน้าที่ระบายน้ำและส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนถนนเข้าหัวงาน จะก่อสร้างเป็นถนนลาดยาง ความกว้างรวมไหล่ทาง 9 เมตร ระยะทางประมาณ 5.14 กิโลเมตร เพื่อความสะดวกในการเข้ามาบริหารจัดการน้ำและการสัญจรเข้าพื้นที่

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่กึ๊ดหลวงตอนบนแห่งนี้ ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนในตำบลแม่กาษาและภาพรวมของอำเภอแม่สอดโดยตรงมี 4 ด้าน คือ 1.สร้างความมั่นคงด้านน้ำต้นทุน สามารถพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนที่มีศักยภาพ สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของแหล่งน้ำในพื้นที่อย่างยั่งยืน 2.เพื่อสนับสนุนพื้นที่การเกษตร เป็นการจัดหาน้ำสนับสนุนพื้นที่ทำกินของพี่น้องเกษตรกร โดยมีพื้นที่รับประโยชน์รวม 2,500 ไร่ ในตำบลแม่กาษา ครอบคลุม 5 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 1 บ้านแม่กึ๊ดหลวง หมู่ 3 บ้านแม่กึ๊ดใหม่ หมู่ 9 บ้านไทยสามัคคี หมู่ 10 บ้านใหม่ริมเมย และหมู่ 12 บ้านใหม่พัฒนา ช่วยให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างอุดมสมบูรณ์และสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี 3.แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ชุมชนโดยรอบมีแหล่งน้ำดิบที่มั่นคงสำหรับนำไปผลิตน้ำประปาชุมชนที่สะอาดและเพียงพอตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งอีกต่อไป 4.ด้านเศรษฐกิจชายแดน ซึ่งอ่างเก็บน้ำนี้จะช่วยหน่วงน้ำในฤดูฝนเพื่อลดปัญหาน้ำท่วมควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและรองรับการเติบโตของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของพื้นที่

“เรียนพี่น้องประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ทุกท่านว่ากรมชลประทานรวมถึงคณะทำงานทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่เข้าพบผู้นำชุมชน ทั้งนายก อบต.แม่กาษา กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังทุกข้อกังวลสงสัย ข้อเสนอแนะ และเสียงสะท้อนจากผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง เพื่อนำมาปรับใช้ในงานออกแบบด้านวิศวกรรมให้เหมาะสมและมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด” นายธีระชัย กล่าว

ทั้งนี้ ตามกรอบระยะเวลาดำเนินงานจ้างสำรวจ ออกแบบ สัญญาจะสิ้นสุดลงในวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นี้ หลังจากผ่านเวทีปัจฉิมนิเทศโครงการแล้ว ทางคณะทำงานจะรวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดไปปรับปรุงข้อมูลให้สมบูรณ์ เพื่อส่งมอบงานงวดสุดท้ายให้แก่กรมชลประทาน หลังจากนั้นกรมชลประทานจะเร่งดำเนินการนำแบบและรายงานประสานงานขออนุญาตใช้พื้นที่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง เนื่องจากโครงการมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ละเมา และการเสนอขออนุมัติงบประมาณเพื่อเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเริ่มเปิดหน้างานก่อสร้างอย่างเป็นทางการ เพื่อให้โครงการอ่างเก็บน้ำแม่กึ๊ดหลวงตอนบนแล้วเสร็จเป็นรูปธรรรมตามแผนงานโดยเร็วที่สุด

“หากเรามีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น ก็ต้องมีการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม โดยการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำให้เหมาะสม ทั้งในภาคการเกษตรอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมเพื่อแบ่งปันน้ำให้ทั่วถึง เป็นธรรมและมีศักยภาพ” นายธีระชัย กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายวรพล เดชสุวรรณ์ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 14 กล่าวว่า โครงการอ่างเก็บน้ำแม่กึ๊ดหลวงตอนบน เป็นโครงการที่สนับสนุนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ถือว่าเป็นโครงการที่จัดหาน้ำต้นทุนเพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำให้กับพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากและพื้นที่การเกษตรในอำเภอแม่สอด ซึ่งทางกรมชลประทานก็พยายามเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ให้เร็วที่สุด และเพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี 2571 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี จึงจะแล้วเสร็จสมบูรณ์

นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการอ่างเก็บน้ำแม่กึ๊ดหลวงตอนบน ณ ห้องเบญจพรรณฮอลล์ โรงแรมเดอะทีค อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาว่า ในพื้นที่ตำบลแม่กาษาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ ชาวบ้านประกอบอาชีพทำการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ปัญหาคือไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ และในช่วงฤดูแล้งก็จะขาดแคลนน้ำ ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ทำให้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น ถ้าโครงการนี้แล้วเสร็จ ชาวบ้านก็จะได้รับประโยชน์ จะมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้ผลผลิตดีขึ้น จากที่เคยทำไร่ทำนาได้เพียงปีละครั้ง ก็อาจจะเพิ่มเป็นปีละ 3 ครั้ง ช่วยให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากอีกด้วย

“อยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชน ในอำเภอแม่สอดว่าโครงการนี้จะเกิดประโยชน์อย่างแน่นอน จะมีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งปัญหาน้ำท่วมก็จะลดน้อยลง ในส่วนของภัยแล้งก็จะไม่มีปัญหา ซึ่งผมเห็นด้วยกับโครงการนี้เป็นอย่างยิ่ง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะฝากถึงกรมชลประทานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้มีโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำได้มากขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนใน อำเภอแม่สอดอย่างมาก ถ้ามีความมั่นคงทางน้ำ ก็มีความมั่นคงทางด้านอาหารด้วย ซึ่งในอนาคตสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ได้อีกด้วย

นายอมรเทพ นันตาสาย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กาษา กล่าวว่า พอถึงช่วงฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำหลาก พอถึงช่วงฤดูแล้งก็แล้งจัดไม่มีน้ำใช้ ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่ตำบลแม่กาษาไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องการแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 8,000 คน มีทั้งคนไทยและต่างด้าว มีพื้นที่การเกษตรมากกว่า 3,000 ไร่

“ชาวบ้านดีใจมากกับโครงการนี้เหมือนได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เชื่อว่าภาคการเกษตรจะดีขึ้น ทุกวันนี้ชาวบ้านทำการเกษตรได้เพียงปีละ 1 ครั้ง หากมีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น มีระบบชลประทานที่ดี สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างแน่นอน และทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี สามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร รวมถึงการมีระบบประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคก็สมบูรณ์ ซึ่งเป็นความหวังของชาวบ้านอย่างมาก เปรียบเสมือนยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 อีก สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณกรมชลประทานและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้เล็งเห็นความสำคัญและปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน” นายก อบต.แม่กาษา กล่าวในตอนท้าย