กรมชลฯ เร่งก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างความมั่นคงทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซาก


โครงการศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทานโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี (อ่างยางนาดี) ที่จะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2569 ให้สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ชลประทานประมาณ 75,000 ไร่ โดยมีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำเพื่อการเกษตร ส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม และลดปัญหาภัยแล้งและน้ำหลากในพื้นที่ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับสนับสนุนพื้นที่การเกษตร เป็นแหล่งน้ำด้านการอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม และเพื่อรองรับแผนการพัฒนาที่เพิ่มขึ้นให้เต็มศักยภาพในลุ่มน้ำชี



โครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริตั้งอยู่บริเวณพื้นที่บ้านยางนาดี ตำบลชีบน อำเภอบ้านเขว้า และพื้นที่บ้านละหานค่าย ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ลักษณะโครงการ ประกอบด้วย เขื่อนดินประเภทแบ่งโซน (Zone Dam) ความยาว 1,580 เมตร ความสูง 24 เมตร ความกว้างสันทำนบดิน 9 เมตร และขนาดความจุที่ระดับเก็บกัก 70.21 ล้านลูกบาศก์เมตร อาคารระบายน้ำล้น (Spillway) ชนิดประตูระบายเหล็กบานโค้ง ขนาดความกว้าง 12.50 X 7.50 เมตร จำนวน 6 บาน อาคารส่งน้ำลงลำน้ำเดิม ขนาดท่อส่งน้ำจำนวน 2 แถว กว้าง 3.80 เมตร สูง 3.00 เมตร ระยะเวลาดำเนินโครงการ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2562-2567) รวมทั้งสิ้น 3,100 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งน้ำสนับสนุนสถานีสูบน้ำตามลำน้ำชีตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนในเขตพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ จนถึงจุดบรรจบลำน้ำพองในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น พื้นที่รับประโยชน์ในฤดูฝน จำนวน 75,000 ไร่ และฤดูแล้ง จำนวน 30,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนการประมง สามารถช่วยบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ


นางดรรชนี เฉยเพ็ชร ผู้เชี่ยวชาญด้านปรึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้จัดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทานรองรับโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อ่างเก็บน้ำยางนาดี) ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านยางนาดี ตำบลชีบน อำเภอบ้านเขว้า และบ้านละหานค่าย ตำบลโคกสะอาด อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ตลอดระยะเวลาในการศึกษา กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะจัดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด 18 เวที ได้แก่ 1.การประชุมนิเทศโครงการ จำนวน 2 เวที จัดขึ้นวันที่ 27-28 สิงหาคม 2567 มีผู้เข้าร่วม 318 คน 2.การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 จำนวน 8 เวที จัดขึ้นวันที่ 11-14 มีนาคม 2568 มีผู้เข้าร่วม 417 คน 3.ประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายน 2568 รวม 8 เวที เพื่อเสนอผลการพัฒนาระบบชลประทานในพื้นที่ชลประทานตอนบนของโครงการอ่างเก็บน้ำลำลน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย 75,000 ไร่ ส่วนพื้นที่ชลประทานตอนล่าง ได้แก่ ตำบลหนองนาแซง กุดตุ้ม บุ่งคล้า หนองไผ่ และบ้านค่าย จะได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเมื่อมีแหล่งเก็บน้ำเพิ่มในอนาคต ปัจจุบันมีแผนพัฒนาโครงการชลประทานขนาดเล็กในพื้นที่ดังกล่าว จำนวน 35 โครงการ ประกอบด้วย สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จำนวน 12 โครงการ ประตูระบายน้ำ 9 โครงการ พัฒนาแก้มลิง 10 โครงการ อาคารทดน้ำ 1 โครงการ ฝาย 1 โครงการ ขุดลอกลำน้ำ 1 โครงการ และอาคารบังคับน้ำ 1 โครงการ สำหรับพื้นที่ชลประทานเดิมด้านท้ายอ่าง ได้แก่ ตำบลชีบน ตำบลตลาดแร้ง อำเภอบ้านเขว้า และตำบลโคกสะอาด ตำบลหนองบัวระเหว อำเภอหนองบัวระเหว ปัจจุบันใช้น้ำจากประตูระบายน้ำพระอาจารย์จื่อ เนื่องจากภูมิประเทศมีระดับสูง ไม่สามารถส่งน้ำจากอ่างโดยแรงโน้มถ่วงได้ จึงเสนอระบบส่งน้ำด้วยการสูบโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์


โครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริมีความจุกักเก็บน้ำประมาณ 70.21 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2569 เพื่อรองรับการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน กรมชลประทานได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทาน โดยมีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 450 วัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งระบบกระจายน้ำที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ชลประทาน และช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำได้อีกด้วย

“จากการที่กรมชลฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงการพระราชดำริหรือการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด จึงได้มีการศึกษาอย่างครอบคลุม รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาความเหมาะสมของระบบส่งน้ำ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดลัอม รวมถึงการจ่ายค่าชดเชยที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ดียิ่งขึ้นในภายภาคหน้า มีอาชีพและรายได้อย่างมั่นคง รวมถึงความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด” นางดรรชนี กล่าว

นายอภิชาต ชุมนุมมณี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน กล่าวว่า สำหรับการก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่ยังคงเป็นเรื่องของการก่อสร้างเป็นหลัก เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วให้กองบำรุงรักษาในการจัดการบริหารร่วมกับชลประทานจังหวัดที่จะมาช่วยในการบริหารจัดการน้ำควบคู่ไปกับการก่อสร้าง เมื่อแล้วเสร็จสามารถบริหารจัดการน้ำได้ทันทีสำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 70,000 กว่าไร่ กระบวนการขั้นตอนการส่งน้ำอยู่ในระหว่างการออกแบบ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ทางกรมชลประทานจะได้มีการสร้างระบบให้ต่อเนื่อง หลังจากนั้นก็จะได้ส่งมอบให้กับโครงการฯ ได้จัดการต่อไป ปัจจุบันโครงการอ่างเก็บน้ำต่างๆ ของกรมชลประทานได้มีการวางแนวทางให้พื้นที่แนวขอบอ่างด้านบนได้ใช้น้ำได้ด้วยเป็นการแบ่งปันกัน สามารถกระจายน้ำไปยังพื้นที่ด้านบนอ่างเก็บน้ำเป็นระบบสูบน้ำ โดยมีการออกแบบให้เข้ากับสภาพพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำทั้งด้านและด้านล่าง

นายจิตตภูมิ วรรณชัย ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ ลำน้ำชีตอนบน กล่าวว่า พื้นที่ในลำน้ำชีตอนบนจัดว่าเป็นพื้นที่แปลงใหญ่ เป็นแหล่งปลูกข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดหวาน และยังเป็นแหล่งปลูกข้าวหลักให้กับศูนย์เมล็ดข้าวจังหวัดชัยภูมิ สามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี ซึ่งในปัจจุบันทางกลุ่มผู้ใช้น้ำได้ประสานงานกับทางชลประทานจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่

“ชาวบ้านรู้สึกปลาบปลื้มใจที่พระองค์ท่านในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมองเห็นความเดือดร้อนของประชาชน และคาดหวังว่าถ้าโครงการนี้แล้วเสร็จ จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างยั่งยืน ในส่วนของกลุ่มผู้ใช้น้ำก็จะบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเท่าเทียม โดยจะใช้น้ำอย่างเต็มที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด” ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ ลำน้ำชีตอนบน กล่าว

นายสมปอง วรรณเกตุ ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ กล่าวว่า สมัยก่อนการใช้น้ำมีปัญหาและอุปสรรคมากมาย เนื่องจากประสบปัญหาแล้งจัด ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมของทุกปี มีความลำบากพอสมควร ตัองขอทดน้ำจากอำเภอระเหวมาใช้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานโครงการดังกล่าว ทำให้พี่น้องประชาชนซาบซึ้งและดีใจอย่างมากที่ได้มีโครงการพระราชดำริ

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ น้ำก็จะอุดมสมบูรณ์ มีปริมาณเพียงพอสำหรับทำการเกษตร สามารถปลูกข้าวได้ตลอดทั้งปี ผลผลิตเพิ่มขึ้น เราจะใช้น้ำให้เกิดประโยชน์ตามที่พระองค์ท่านได้พระราชทานโครงการฯ ให้กับลูกหลานได้ทำการเกษตรอย่างอุดมสมบูรณต่อไป และจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น