กรมชลฯ เปิดเวทีรับฟังความเห็นบริหารจัดการน้ำ โดยแรงโน้มถ่วง “โขง เลย ชี มูล” เพิ่มพื้นที่ชลประทานจังหวัดชัยภูมิ 43,000 ไร่

กรมชลประทานจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาฯ การบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 คาดพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 1.69 ล้านไร่ เกษตรกรปลูกพืชได้ มีผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้น

นายกานต์ กาญจนวงศ์สกุล นายอำเภอคอนสวรรค์ เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 2 เวทีที่ 10 โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมการบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 ระบบส่งน้ำ เพื่อประชาสัมพันธ์สรุปลักษณะและระบบชลประทานที่เหมาะสมของโครงการ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มผู้ใช้น้ำ สภาเกษตรกรและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่เข้าร่วมจำนวนมาก

สำหรับพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ การพัฒนาระบบชลประทานระยะที่ 1 จะช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ภัยแล้ง รวมทั้งปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำในเขต 6 ตำบลของอำเภอคอนสวรรค์ ส่งน้ำโดยแรงโน้มถ่วงให้กับพื้นที่ชลประทาน 43,000 ไร่ ซึ่งจะทำให้มีน้ำต้นทุนเพียงพอสำหรับทำการเกษตร มีผลผลิตเพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มมากขึ้นตามมา ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนพื้นที่ดีขึ้นได้ในอนาคต

ด้านความเป็นมาของโครงการเนื่องจากภาคอีสานมีพื้นที่ 103.5 ล้านไร่ มีลุ่มน้ำหลักที่สำคัญ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำโขงอีสาน ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล มีพื้นที่การเกษตร 63.85 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งประมาณ 40.7 ล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก และมีการพัฒนาระบบชลประทานไปแล้วประมาณ 8.69 ล้านไร่ ทำให้พื้นที่ส่วนที่เหลือมักประสบปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำอยู่เป็นประจำ ในปี 2548 มูลนิธิน้ำและคุณภาพชีวิตได้เสนอแนวคิดในการผันน้ำโขงเข้ามาใช้ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยแรงโน้มถ่วง ซึ่งกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาต่อยอดแนวคิดดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง


โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือสทนช. ได้ดำเนินการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมการดำเนินการโครงการ ระยะที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563 โดยการพัฒนา ระยะที่ 1 สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 1.69 ล้านไร่ ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้ ประกอบกับโครงการ ฯ เป็นการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำและการพัฒนาระบบชลประทานตั้งแต่ 80,000 ไร่ขึ้นไป ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ประกอบการยื่นขออนุญาตพัฒนาโครงการกับหน่วยงานต่อไป โดยในปี 2566-2569 กรมชลประทานได้ดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมการบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 ระบบส่งน้ำ คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ทั้งนี้ เมื่อพัฒนาโครงการแล้วเสร็จตามแผนงานจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานในเขต 176 ตำบล 30 อำเภอของจังหวัดหนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ และนครราชสีมา รวมพื้นที่ 1.69 ล้านไร่ ช่วยเติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำที่สำคัญ อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว เขื่อนห้วยหลวง เฉลี่ยปีละ 195 ล้านลบ.ม. มีศักยภาพเป็นน้ำต้นทุนปลูกพืชในฤดูแล้ง 0.44 ล้านไร่ ซึ่งจะช่วยยกระดับผลผลิต รายได้และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรดีขึ้น ลดการเคลื่อนย้ายของแรงงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้งถนนคันคลองทั้งสองฝั่งยังใช้เป็นเส้นทางสัญจร ขนส่งพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่