กรมชลฯ ปัจฉิมนิเทศโครงการสำรวจออกแบบ “ปตร.หาดเสี้ยว-ปตร.เวียงเชียงชื่น” หน่วงน้ำแบบขั้นบันได บรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้งจังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม function Room 3 โรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศงานจ้างสำรวจออกแบบโครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมจังหวัดสุโขทัย อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายพิเชษฐ์ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงาน ราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่โครงการ ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่โครงการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมประชุม

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนทุกภาคส่วนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วมรับรู้ รับทราบ และเสนอข้อคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลไปชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบต่อไป และเปิดโอกาสให้ประชาชนชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการได้มีส่วนร่วมในการจัดทำโครงการ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำต้องให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อลดความขัดแย้งของประชาชน เป็นที่ทราบกันดีว่าจังหวัดสุโขทัยเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำหลายสิบปีต่อเนื่องกันมา เนื่องจากแม่น้ำยมซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดสุโขทัย ถ้ายังไม่มีเขื่อนในการบริหารจัดการน้ำเหมือนแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน ที่มีเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ดังนั้น ในปีฤดูน้ำหลากก็จะมีน้ำปริมาณมากไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่การเกษตรเสียหายทุกปี ส่วนในฤดูแล้งขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เกษตรกรก็ได้รับผลกระทบไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับทำการเกษตร เนื่องจากไม่มีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเก็บกักน้ำ หน่วงน้ำ หรือระบายน้ำได้ ซึ่งจังหวัดสุโขทัยมีประตูระบายน้ำแห่งเดียว คือประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) แต่ปีนี้น้ำไม่ท่วม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปรากฏการณ์เอลนีโญ เป็นภาวะความแห้งแล้ง ซึ่งจะต้องมีการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันจะเห็นว่าน้ำในแม่น้ำยมยังไม่เอ่อล้นตลิ่งขึ้นมา และยังไม่ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากสภาพอากาศแปรปรวนจากภาวะโลกร้อน สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการน้ำ โดยกรมชลประทาน คิดว่าโครงการนี้น่าจะเกิดประโยชน์กับชาวสุโขทัยเป็นอย่างยิ่ง โดยจะมีเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร มีน้ำใต้ดินเพื่อทำการประปา นี่คือประโยชน์ของทั้ง 2 โครงการที่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและหน่วงน้ำในฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในนามของจังหวัดสุโขทัยก็ต้องขอขอบคุณกรมชลประทาน ที่ทำการศึกษาออกแบบโครงการ ดังนั้น ถ้าเรามีฝายหรือประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้น ก่อนถึงประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) ก็จะทำให้น้ำเหนือที่ไหลมาจากจังหวัดพะเยาหรือแพร่สามารถชะลอหรือหน่วงน้ำเอาไว้ได้ ในขณะเดียวกันช่วงฤดูแล้งน้ำในแม่น้ำยมก็จะแห้งแล้งมาก เมื่อมีประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้น ก็สามารถเก็บกักน้ำหรือชะลอน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ เมื่อแม่น้ำยมมีการบริหารจัดการน้ำที่ดีขึ้น เชื่อว่าก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น มีน้ำใช้เพื่อทำการเกษตร อุปโภคบริโภค มีสัตว์น้ำ สร้างความมั่นคงทางอาหารได้ และที่สำคัญโครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เมื่อโครงการแล้วเสร็จก็จะมีกลุ่มผู้ใช้น้ำเกิดขึ้น มีคณะกรรมการเข้ามาบริหารจัดการน้ำ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น เพราะน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติของประเทศที่ควรใช้ร่วมกัน” นายนพฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน กล่าวว่า แม่น้ำยมในช่วงฤดูฝนหรือช่วงน้ำหลากจะมีปริมาณน้ำมากและอาจมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ราษฎร ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายอย่างมาก ส่วนในฤดูแล้งปริมาณน้ำในแม่น้ำยมมีน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม สาเหตุสำคัญมาจากการขาดเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมสายหลัก เนื่องจากปัจจุบันแม่น้ำยมสายหลักมีอาคารบังคับน้ำไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยเฉพาะในเขตอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ดังนั้น กรมชลประทานจึงมีนโยบายที่จะพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วงๆ แบบขั้นบันได เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนตลอดลำน้ำ

จากสภาพปัญหาดังกล่าวกรมชลประทาน โดยฝ่ายพิจารณาโครงการส่วนวิศวกรรมสำนักงานชลประทานที่ 4 ได้จัดทำรายงานการศึกษาโครงการเบื้องต้น สรุปตำแหน่งโครงการประตูระบายน้ำในแม่น้ำยม 4 แห่ง ในเขตอำเภอลอง อำเภอวังชิ้นจังหวัดแพร่ 2 แห่ง และอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย 2 แห่งประกอบด้วย 1. ประตูระบายน้ำพระธาตุแหลมลี่ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ (อาคารบังคับน้ำบ้านวังน้ำเย็น) 2. ประตูระบายน้ำหน้าด่านวังขอนแดง อำเภอวังชิ้นจังหวัดแพร่ (อาคารบังคับน้ำบ้านหาดอ้อน) 3. ประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น) 4. ประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย)

ต่อมาในปี 2563 กรมชลประทานได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของประตูระบายน้ำทั้ง 4 แห่ง และในปี 2568 กรมชลประทานได้ว่าจ้างบริษัท วิศวชาญ 2002 จำกัด ดำเนินงานจ้างสำรวจ ออกแบบ โครงการอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยม จังหวัดสุโขทัย อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 540 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 จนสิ้นสุดโครงการวันที่ 23 ตุลาคม 2569

เนื่องจากงานศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ลงพื้นที่จัดการประชุมกลุ่มย่อย เพื่อนำเสนอเหตุผลความจำเป็น ความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์และรายละเอียดโครงการ และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งในการประชุมสรุปผลพิจารณาทางเลือก สรุปตำแหน่งที่ตั้งหัวงานอาคารบังคับน้ำ ได้มีการลงมติจากผู้เข้าร่วมประชุม เปลี่ยนชื่ออาคารบังคับน้ำให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ตั้งหัวงาน โดยเปลี่ยนชื่อจาก “อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย” เป็น “ประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว” ส่วน “อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น” เป็น “ประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่น”

สำหรับประโยชน์ของโครงการ สามารถบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยม เพื่อส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อบรรเทาอุทกภัยบริเวณที่อยู่อาศัยของราษฎรและพื้นที่เกษตรกรรมในฤดูน้ำหลาก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนของประชาชนในท้องถิ่นรวมถึงนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังสามารถเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

นายวัชรดุลย์ ธนามี ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 4 กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันได้มีการพิจารณาความเหมาะสมของโครงการเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยในส่วนของกรมฯ ก็ได้จัดเวทีการมีส่วนร่วมของประชาชนตลอดจนได้มีการปรึกษาหารือกับผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงส่วนราชการ โดยประชาชนทั้งหมดเห็นด้วยกับโครงการนี้ เพื่อบรรเทาอุทกภัยของจังหวัดสุโขทัย และช่วยหน่วงน้ำเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และจะมีการต่อยอดโครงการสร้างระบบส่งน้ำ ซึ่งปัจจุบันได้มีการปัจฉิมนิเทศเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็จะดำเนินการสำรวจออกแบบภายในเดือนตุลาคม 2569 และกรมฯ จะทำเรื่องเสนอต่ออนุกรรมการลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำหลัก และเสนอผ่านคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อขออนุญาตการใช้พื้นที่ และดำเนินการก่อสร้างในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม คาดว่าโครงการประตูระบายน้ำเวียงเชียงชื่นจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2571 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี (2571-2573) จะก่อสร้างในช่องทางลัด ลักษณะเป็นประตูระบายน้ำ จำนวน 6 ช่อง ขนาด 12.50×10.00 เมตร ความจุที่ระดับเก็บกักปกติ 7.33 ล้านลูกบาศก์เมตร คันกั้นน้ำความยาวประมาณ 1,350 เมตร ทำนบดินปิดลำน้ำเดิม ชนิดดินถมแกนดินเหนียว ความยาว 150 เมตร พื้นที่รับประโยชน์โครงการ 7,050 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 3,541 ไร่ ดังนั้น เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็จะได้เครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มขึ้นจากประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) ทั้งยังมีประโยชน์ช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีกกว่า 3,500 ไร่อีกด้วย ส่วนประตูระบายน้ำหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จะก่อสร้างในลำน้ำ ลักษณะเป็นประตูระบายน้ำ จำนวน 6 ช่อง ขนาด 12.50×10.00 เมตร ความจุที่ระดับเก็บกักปกติ 9.53 ล้านลูกบาศก์เมตร คันกั้นน้ำความยาวประมาณ 1,045 เมตร พื้นที่รับประโยชน์โครงการ 39,173 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 29,518 ไร่

นายชวนินทร์ สุภาษา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุโขทัย สำนักงานชลประทานที่ 4 กรมชลประทาน กล่าวเสริมว่า ใน ปี 2569 พบว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำยมค่อนข้างน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งชลประทานสุโขทัยจะต้องบริหารจัดการน้ำอย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งในฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง จากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ประชาชน เกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ รวมถึงการประปาส่วนภูมิภาคก็มีความห่วงใยว่าจะเกิดภัยแล้งรุนแรงในปี 2570 สำหรับในปี 2569 เราสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดี โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพื้นที่ในจังหวัดสุโขทัยทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าทั้ง 2 โครงการนี้เสร็จสิ้น จะทำให้การบริหารจัดการน้ำในส่วนของชลประทานจังหวัดสุโขทัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะสามารถหน่วงน้ำ หรือชะลอน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยจะวางแผนการบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

นางรุ่งอรุณ คำโมง นายกเทศมนตรีตำบลหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า จังหวัดสุโขทัยเกิดปัญหาน้ำหลาก น้ำกัดเซาะตลิ่งมายาวนาน พอถึงฤดูแล้งจะแล้งมาก เพราะไม่มีอาคารบังคับน้ำหรือแหล่งเก็บกักน้ำมากพอ ทำให้เกษตรกรในอำเภอศรีสัชนาลัยได้รับผลกระทบขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร พอถึงฤดูน้ำหลากระดับน้ำจะขึ้นเร็วลงเร็ว และจะกัดเซาะตลิ่งเสียหายเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ถ้าหากมีการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำขึ้นมาก็จะเป็นผลดี จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี จะมีน้ำกินน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคการเกษตร และการประมง ที่สำคัญที่สุดคือคนคืนถิ่น การสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมยังคงอยู่รุ่นสู่รุ่น ยิ่งไปกว่านั้นจะทำให้คลองต่างๆ ที่ถูกรุกล้ำ ก็จะได้ลำน้ำกลับคืนมา ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ชาวสุโขทัยก็จะมีรอยยิ้มที่งดงาม สร้างความมั่นคงให้กับ ชุมชน ปัญหาต่างๆ ก็จะลดน้อยลง บ้านเมืองก็จะเจริญเติบโตเศรษฐกิจก็ดีขึ้น ดั่งคำขวัญ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” สิ่งเหล่านี้ก็จะสร้างความอุดมสมบูรณ์ ทำให้สังคมอบอุ่น ครอบครัวอบอุ่น

“อยากให้โครงการนี้สำเร็จโดยเร็ว ทุกภาคส่วนจะต้องทำงานร่วมกันและมีระบบบริหารจัดการที่ดี เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ ก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” นายกเทศมนตรีตำบลหาดเสี้ยว กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ด้านนายภูวดล หลักฐาน กำนันตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กล่าวอีกว่า ในพื้นที่ตำบลแม่สำประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมาหลายสิบปี ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ดังนั้น ถ้าทั้ง 2 โครงการนี้ก่อสร้างสำเร็จ ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์ สามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในด้านการเกษตรให้ดียิ่งขึ้น ผลผลิตก็จะได้มากขึ้น ก็ขอฝากกรมชลฯ ให้เร่งจัดทำโครงการนี้ให้เร็วที่สุด และขอขอบคุณที่มองเห็นปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่สำ

ส่วนนางสาวพาขวัญ ญาณปัญญา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านดอนระเบียง ตำบลแม่สำ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กล่าวในตอนท้ายว่า ตนเองมีอาชีพเป็นเกษตรกร ปลูกส้มเขียวหวาน 16 ไร่ แล้วก็ปลูกข้าว 8 ไร่ ได้รับผลกระทบในช่วงฤดูแล้งไม่มีน้ำใช้เลย ต้องรอน้ำฝนเพียงอย่างเดียว พอถึงฤดูฝนน้ำก็ท่วมข้าวเสียหาย โดยเมื่อปีที่แล้วน้ำท่วมเสียหายหมดเลย นี่คือทุกข์ของชาวบ้าน ซึ่งตนก็เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะจะได้รับประโยชน์ในการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร สามารถทำนาได้ตลอดทั้งปี จะช่วยแก้ปัญหาทำให้มีน้ำเพียงพอ อยากให้กรมชลฯ ดำเนินการก่อสร้างให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้มีน้ำกินน้ำใช้ให้เร็วที่สุด สามารถสร้างอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นด้วย