กรมชลฯ นำสื่อสัญจรลุ่มน้ำสายบุรี ชูแนวทางแก้ภัยแล้ง-บรรเทาอุทกภัยอย่างเป็นระบบ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

วันที่ 14 กันยายน 2569 นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กรมชลประทาน และว่าที่ร้อยตรีชาญยุทธ ยูงมณีรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 17 ในฐานะผู้แทนกรมชลประทาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามสภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ภายใต้ “โครงการศึกษาการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาอุทกภัยแม่น้ำสายบุรี จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา”

โดยคณะสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่จุดแรกบริเวณปากคลองกอตอ อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี รับฟังรายละเอียดโครงการบรรเทาอุทกภัยแม่น้ำสายบุรีตอนล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม คลองตื้นเขิน และตลิ่งพัง ก่อนเดินทางไปติดตามสภาพพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองสายบุรีและประตูระบายน้ำปลายคลองไม้แก่น ซึ่งกรมชลประทานได้วางแนวทางพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ กักเก็บน้ำ และป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำ

ช่วงบ่าย คณะฯ เดินทางไปยังประตูระบายน้ำปลายคลองพรุบาเจาะสายใหญ่ จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและกักเก็บน้ำ โครงการพรุบาเจาะ-ไม้แก่นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง รวมถึงปัญหาไฟไหม้ป่าพรุและดินเปรี้ยว พร้อมทั้งรักษาระดับน้ำใต้ดินและสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่

ทั้งนี้ ผลการศึกษาระดับแผนหลักได้รวบรวมแผนพัฒนาแหล่งน้ำ 173 โครงการ และคัดเลือกโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน 2 โครงการดังกล่าวมาศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยภาพรวมของแผนมุ่งบรรเทาอุทกภัยประมาณ 90,000 ไร่ เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกัก 365.49 ล้านลูกบาศก์เมตร สนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคประมาณ 15,000 ครัวเรือน และป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่ประมาณ 10,875 ไร่

นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กิจกรรมสื่อสัญจรครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการรับรู้จากพื้นที่จริง เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าใจสภาพปัญหาและแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำสายบุรี โดยกรมชลฯ มีความมุ่งมั่นและจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการบรรเทาอุทกภัย แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ การดูแลระบบนิเวศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดี กินดี มีอาชีพ มีรายได้อย่างยั่งยืนสืบไป