กรมส่งเสริมสหกรณ์เดินหน้าขับเคลื่อนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคีส่งเสริมสมาชิกดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนภาคประชาชนต้นแบบ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณัฐพล แป้นนอก ผู้ตรวจราชการกรม เขตตรวจราชการที่ 9, 11 และ 13 และนายสาธิต ปานขำ เลขานุการกรม นำคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด แห่งบ้านโคกสะอาด ตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินชุมชนภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและคนในชุมชน

นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมการดำเนินงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด ที่ได้น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารจัดการสหกรณ์ฯ และยึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิตของสมาชิก ซึ่งจะช่วยให้มีภูมิคุ้มกันทั้งความรู้และการเงิน โดยเฉพาะในเรื่องคุณธรรม การบริหารชุมชน โดยการมีส่วนร่วม สร้างความสามัคคี มีการแบ่งปัน ช่วยเหลือซึ่งกันและดัน และที่สำคัญคือการสร้างรากฐานเศรษฐกิจในชุมชน ตั้งแต่การอนุรักษ์ป่าและพันธุ์ข้าวหลายสายพันธุ์ในท้องถิ่น เพื่อเป็นต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งกรมฯ มีแนวทางในการขับเคลื่อนสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด และจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนต่อไป

โดยจุดเริ่มต้นจากความเดือดร้อนของชาวบ้านในอดีตที่ประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการทำการเกษตร แต่การเข้าถึงแหล่งทุนในระบบธนาคารเป็นไปได้ยาก เนื่องจากขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ต่อมาแกนนำชุมชนและชาวบ้านจึงร่วมกันศึกษาแนวทางในการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์แบบเครดิตยูเนี่ยน โดยเน้นหลักการช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยการรณรงค์ให้สมาชิกสะสมเงินอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบของหุ้น ส่งเสริมการออม สร้างวินัยทางการเงินให้แก่คนในชุมชนทุกวัย เน้นการออมทีละเล็กละน้อยและบริการสินเชื่อปล่อยกู้ที่เป็นธรรม เพื่อนำไปประกอบอาชีพการเกษตรทำไร่ทำนา เลี้ยงสัตว์และขยายกิจการร้านค้าในท้องถิ่น แล้วนำกำไรสุทธิมาจัดสรรเป็นทุนสวัสดิการแก่สมาชิก เช่น เงินช่วยเหลือเจ็บไข้ได้ป่วยและเสียชีวิต รวมถึงทุนการศึกษาบุตรหลานของสมาชิก

นายดาวิทย์ พุทธิไสย ประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคดี จำกัด อดีตครูโรงเรียนบ้านโคกสะอาด ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดตั้งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด เมื่อปี 2541 เล่าว่า ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2525 มีกลุ่มอยู่แล้วชื่อว่า “กลุ่มเครือข่ายเครดิตยูเนี่ยนบ้านโคกสะอาด” ด้วยความที่เป็นชาวบ้านไม่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำบัญชี การดำเนินงานจึงล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด ก่อนที่เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เคยดำเนินกิจกรรมสหกรณ์โรงเรียนบ้านโคกสะอาดเข้ามาดูแลระบบบัญชีและมีคณะกรรมการสหกรณ์ฯ เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อน จนสามารถดำเนินการมาจนถึงวันนี้

“ช่วงนั้นผมเป็นครูโรงเรียนบ้านโคกสะอาด เนื่องจากว่าเราเป็นครูพอทำเรื่องพวกนี้ได้ พอดีมีเด็กนักเรียน ป.6 ที่จะจบออกไป 7 คน เคยทำสหกรณ์ในโรงเรียนก็เอามาบูรณาการกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนบ้าน โคกสะอาด จนเป็นรูปเป็นร่าง มีคณะกรรมการ มีระบบบัญชีขึ้นมา พอปี 2541 ก็จดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคีขึ้นมาแทนกลุ่มเดิม” ประธานสหกรณ์ฯ เผยที่มา

หลังจากพัฒนาตัวเองมาเรื่อย ๆ ตามระบบ ทำให้มีผลประกอบการดีขึ้นตามลำดับ จากสมาชิกในหมู่บ้านที่มีแค่ 80 หลังคาเรือน ก็มาถึงทางตัน ทำให้กระบวนการกู้ยืมต่าง ๆ ไปต่อไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขยายไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 2,933 ราย มีบัญชีเงินฝาก-เงินกู้ บัญชีสะสมค่าหุ้นรวมกว่า 6,000 บัญชี ครอบคลุมพื้นที่ 20 หมู่บ้าน ในอำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีทุนหมุนเวียนกว่า 128 ล้านบาท

“จุดเด่นของเราไม่ได้พึ่งเงินกู้จากข้างนอกเลย เราเคยกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เคยกู้เงินชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว พยายามเติบโตด้วยเงินทุนของตัวเอง ด้วยการระดมหุ้ม ระดมเงินฝาก แม้แต่สร้างสำนักงาน 12 ล้านบาท เราก็ไม่กู้ แต่ใช้วิธีระดมเงินฝาก ปัญหาหนี้เสียมีน้อยมาก มีแค่ 1.24 % สมาชิกส่วนใหญ่มีวินัยทางการเงิน” นายดาวิทย์ ระบุ

ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ กล่าวถึงการกู้เงิน กพส.ของกรมส่งสริมสหกรณ์ในอดีตว่า มีส่วนสำคัญอย่างมากในการนำมาต่อยอดส่งเสริมอาชีพแก่สมาชิกมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากสหกรณ์ฯ กู้เงิน กพส.ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 แล้วนำมาปล่อยให้สมาชิกในอัตราร้อยละ 3 เพื่อนำไปลงทุนด้านการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการติดตั้งแผงไฟฟ้าโซล่าเซลล์ในไร่นาเพื่อลดต้นทุนการผลิต ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีและนำมาต่อยอดจนถึงทุกวันนี้ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปกติของสหกรณ์อยู่ที่ร้อยละ 12 ต่อปี แต่ถ้าสมาชิกมีวินัยการเงินและเครดิตดี เราคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี และเฉพาะกลุ่มเปราะบางคิดอัตราร้อยละ 5 ต่อปี

“สมาชิกที่ทำไร่ทำนาต้องการเงินกู้ระยะสั้น เมื่อตอนนั้น 10 กว่าปีที่แล้ว สหกรณ์ฯ ไปกู้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ดอกเบี้ยร้อยละ 1 แล้วนำมาปล่อยให้สมาชิกไม่เกินร้อยละ 3 ตามระเบียบที่ กพส.กำหนด ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก วันนี้ถึงแม้เราไม่กู้ กพส.แล้ว แต่เราใช้แนวทางนี้ปล่อยกู้ให้สมาชิกเหมือนเดิม โดยใช้เงินทุนของเราเอง” นายดาวิทย์ กล่าว

ทั้งนี้ ประธานสหกรณ์ฯ ยอมรับว่า ก่อนการปล่อยกู้แก่สมาชิกจะต้องให้สมาชิกรวมกันจัดตั้งกลุ่มอาชีพตามความถนัดของตัวเอง จากนั้นสหกรณ์ฯ จะประสานกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เพื่อเตรียมความพร้อมด้านอาชีพแก่สมาชิก จนเกิดเป็นกลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง มีพันธุ์ข้าวมากกว่า 300 สายพันธุ์ โดยส่งเสริมสมาชิกทำเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ และสหกรณ์ฯ จะสนับสนุนด้านเงินทุนให้กับกลุ่มและสมาชิกกลุ่ม เนื่องจากสมาชิกกลุ่มและสมาชิกสหกรณ์เป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว อาทิ สบู่ข้าว น้ำมันรำข้าว แชมพู ครีมบำรุงผิวและอีกมากมาย โดยสมาชิกที่ทำนาปลูกข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮังจะทำนาแบบประณีตดั้งเดิมเป็นเกษตรอินทรีย์ 100%

 

“สหกรณ์ฯ มีสมาชิกเครือข่าย 20 กลุ่มหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านเขาสนใจอาชีพอะไร ก็รวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตอนนี้มีประมาณ 5 หมู่บ้าน เช่น กลุ่มชาผักหวาน เพิ่งเริ่มมาไม่นาน กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าพื้นเมือง กลุ่มทำผ้าย้อมคราม กลุ่มทำหมอนขิด กลุ่มผลิตผ้าขาวม้า แล้วก็กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยที่สหกรณ์ฯจะสนับสนุนด้านแหล่งเงินทุน พาสมาชิกไปศึกษาดูงานตามที่ต่าง ๆ แล้วเชิญอาจารย์สถาบันการศึกษามาถ่ายทอดองค์ความรู้ ในสาขาอาชีพที่กลุ่มสมาชิกสนใจ” นายดาวิทย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ ยังได้ชี้แจงกรณีเกิดปัญหาการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนอื่น ๆ ตามที่เป็นข่าวนั้น โดยยืนยันว่าจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับสหกรณ์ฯ เป็นอันขาด เนื่องจากเราได้เน้นย้ำเรื่องการบริหารงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล สมาชิกสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ซึ่งที่ผ่านมาสหกรณ์ฯ ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง โดยรางวัลที่ภูมิใจที่สุด ได้แก่ สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 ได้รับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และรางวัลการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรระดับประเทศ ประจำปี 2566 และได้ผ่านการประเมินให้เป็นองค์กรทางการเงินที่มีความมั่นคง และได้รับการจัดระดับชั้นความเข้มแข็งสหกรณ์ อยู่ในระดับชั้น 1

ด้านนางสาววัชรี ปุกหุต สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีสหกรณ์ ทั้งสิ้น 89 แห่ง มีสมาชิกทั้งสิ้น 175,283 ราย มีปริมาณธุรกิจรวมของสหกรณ์กว่า 37,967 ล้านบาท และมีกลุ่มเกษตรกร 77 กลุ่ม มีสมาชิกทั้งสิ้น 6,135 คน ปริมาณธุรกิจรวมของกลุ่มเกษตรกรกว่า 241 ล้านบาท โดยเฉพาะสหกรณ์เครดินยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด ที่มีความโดดเด่นในเรื่องความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากคณะกรรมการฯและสมาชิกสหกรณ์สูงมาก สหกรณ์จึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องหนี้ค้างชำระ เนื่องจากสมาชิกมีรายได้เพียงพอสามารถส่งคืนเงินได้ตามเวลาที่กำหนด

ดังนั้น สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด จังหวัดสกลนคร จึงถือเป็นเสาหลักเศรษฐกิจชุมชนของคนในตำบลอุ่มจานที่ช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง