“คุรุสภา” เชิดชูเกียรติครูอาวุโส ปี 2568 จำนวน 2,490 คน พร้อมเปิดให้ผู้ประสงค์เข้าเฝ้าฯ รับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติฯ ตอบแบบสำรวจข้อมูลออนไลน์ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569
ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า คุรุสภาร่วมกับมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ที่เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2568 และยื่นแบบขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโส ประกาศนียบัตร และเงินช่วยเหลือ ประจำปี 2568 รวมทั้งสิ้น 2,490 คน โดยในจำนวนนี้มีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ จำนวน 30 คน คนละ 20,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อนำครูอาวุโส ประจำปี 2568 เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อรับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ประกาศนียบัตร และเงินช่วยเหลือซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นขวัญกำลังใจอันทรงคุณค่ายิ่งแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการพัฒนาการศึกษาไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี
ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวว่า เพื่อให้การเตรียมการนำครูอาวุโสเข้าเฝ้าฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ครูอาวุโส ประจำปี 2568 ทุกท่าน เข้าตอบแบบสำรวจข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ที่ https://www.ksp.or.th/service/kspmaster/confirmin68.php ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อใช้ประกอบการจัดเตรียมข้อมูลนำครูอาวุโสเข้าเฝ้าฯ และอำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน
“ครูอาวุโสทุกท่านล้วนเป็นผู้มีคุณูปการต่อประเทศชาติ เป็นแบบอย่างแห่งความวิริยะ อดทน และยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ ได้อุทิศชีวิตเพื่อสร้างคน สร้างปัญญา และสร้างอนาคตของชาติ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของศิษย์และสังคม สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูในฐานะปูชนียบุคคลของแผ่นดิน”
เลขาธิการคุรุสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ประกาศนียบัตร และเงินช่วยเหลือครูอาวุโส นับเป็นภารกิจสำคัญของคุรุสภาในการยกย่องเชิดชูเกียรติผู้เกษียณอายุราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม อันเป็นการสะท้อนถึงคุณค่าของวิชาชีพครู และตระหนักถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ครูได้สร้างไว้แก่ประเทศชาติตลอดมา โดยผู้มีสิทธิขอรับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติฯ ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานจนถึงวันเกษียณอายุ มีระยะเวลาปฏิบัติงานรวมแล้วไม่น้อยกว่า 30 ปี มีประวัติการทำงานดี มีความประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีตามจารีตของครู และไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย แม้จะได้รับการล้างมลทินแล้วก็ตาม ส่วนการพิจารณาเงินช่วยเหลือ จะคำนึงถึงฐานะความเป็นอยู่ ความยากลำบากในการดำรงชีวิต และทรัพย์สิน ตามหลักเกณฑ์ของมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ คุรุสภา และมูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการนำครูอาวุโส ประจำปี 2568 เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ประกาศนียบัตร และเงินช่วยเหลือ ให้ทราบในโอกาสต่อไป โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อครูอาวุโส ประจำปี 2568 ได้ทางเว็บไซต์คุรุสภา www.ksp.or.th หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพ กลุ่มยกย่องและผดุงเกียรติวิชาชีพ โทรศัพท์ 0 2280 4333
