กรมส่งเสริมสหกรณ์ปล่อยกู้ 15 ล้าน ฟื้นวิกฤติโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอ่าวลึกของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด หลังขาดทุนต่อเนื่องหลายปี จนมีกำไรปีแรก 104.5 ล้าน ส่วนโรงงานปาล์มแห่งที่ 2 ในอำเภอคลองท่อม หยุดเดินเครื่องชั่วคราวหลังมีการฟ้องร้องคู่สัญญาเบี้ยวหนี้



นายประวัติ แดงบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ จ.กระบี่ ร่วมกับคณะ นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด เกี่ยวกับปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมัน การบริหารจัดการตลาด และการรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของสมาชิกสหกรณ์ในพื้นที่ เพื่อพิจารณาหาแนวทางสนับสนุนการบริหารจัดการสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และสามารถสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ชาวสวนปาล์มได้อย่างยั่งยืน

นายประวัติ กล่าวว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแรกที่ผลประกอบการโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอ่าวลึก ซึ่งเป็นโรงงานสกัดฯ แห่งแรกของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่ จำกัด มีกำไร 104.5 ล้านบาท (1 ม.ค-พ.ย.68) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้อนุมัติเงินปล่อยกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) วงเงิน 15 ล้านบาทต่อปี และคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 เพื่อให้ชุมนุมฯ มีสภาพคล่องและนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรสมาชิก เพื่อป้อนวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม ทำให้ชุมนุมฯ สหกรณ์สามารถพลิกฟื้นจากวิกฤติได้ หลังจากที่เคยประสบภาวะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลงบกำไรขาดทุนเบื้องต้น ระหว่างวันที่ 1 ม.ค-30 พ.ย.2568 รวม 11 เดือน ระบุชัดว่าโรงงานสกัดฯ มีรายได้จากธุรกิจการขายและให้บริการสหกรณ์สมาชิก จำนวนเงิน 1,662.5 ล้านบาท หลังหักต้นทุนการขายและบริการ จำนวนเงิน 1,506.3 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แล้ว ทำให้โรงงานฯ สกัดปาล์มของชุมนุมฯ กลับมามีกำไรในปี 2568 ประมาณ 104.5 ล้านบาท


“ช่วงที่ผ่านมาผมลงไปดูบ่อยมาก เพื่อหาทางแก้วิกฤติขาดทุนสะสม หลังจากประชุมร่วมกับคณะกรรมการชุมนุมฯ จึงได้เสนอแนวทางการดำเนินงาน เริ่มจากแต่งตั้งคณะทำงานติดตามและแก้ไขปัญหาในการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูของชุมชนฯ จากนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็จะสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจาก กพส.วงเงิน 15 ล้านบาท/ปี เพื่อนำไปรับซื้อผลผลิตปาล์มจากสมาชิกเข้าโรงงานสกัดของชุมนุมฯ ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกของชุมนุมและเป็นเครือข่ายในพื้นที่ใกล้เคียงส่งผลผลิตปาล์มให้กับโรงงานฯ แห่งนี้ทั้งหมด 21 แห่ง มีผลผลิตรวม 244,475.52 ตัน” นายประวัติ ระบุ

ด้านนายพรพิพัฒน์ บางพระ ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่ จำกัด กล่าวยอมรับว่า วงเงินกู้จำนวน 15 ล้านบาทต่อปีจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์นั้นมีส่วนสำคัญอย่างมาก ทำให้เกิดสภาพคล่องการรับซื้อผลผลิตปาล์มจากสมาชิกเข้าสู่โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มฯ แห่งนี้ หลังจากธ.ก.ส.งดต่อสัญญาปล่อยสินเชื่อ เงินกู้จำนวน 40 ล้านบาท/ปี ให้กับทางชุมนุม ส่งผลทำให้โรงงานฯขาดสภาพคล่องในทันที
“โรงงานปาล์มฯ ของเราขาดสภาพคล่องอยู่หลายปี ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อโอดี ธ.ก.ส.ปีละ 40 ล้าน ไม่ได้ไปต่อด้วย ในขณะที่รายได้บางส่วนก็นำไปปรับปรุงซ่อมแซมเครื่องจักรในโรงงาน โชคดีที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำปีละ 15 ล้าน มาสนับสนุนเป็นทุนหมุนเวียนรับซื้อผลผลิต ทำให้ช่วยต่อลมหายใจมาได้” ประธานชุมนุมสหกรณ์ฯ กระบี่ จำกัด กล่าวพร้อมระบุว่า ช่วงนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ยังมีน้อย โรงงานยังเดินเครื่องไม่เต็มที่ ซึ่งปกติกำลังการผลิตสูงสุดอยู่ที่ 90 ตันทะลายปาล์ม/ชั่วโมง และขณะนี้อยู่ในระหว่างการซ่อมบำรุงโรงงานบางส่วนเพื่อเตรียมรับผลผลิตรอบใหญ่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า


“ราคาปาล์มวันนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6.90-7.00 บาท/กิโล ช่วงนี้ผลผลิตออกมาน้อย แต่ราคารับซื้อผลผลิตสวนทางกับราคาขาย ช่วงนี้ราคาขายราคาน้ำมันปาล์มดิบหรือซีพีโอ.อยู่ที่ 34 บาท/กิโล แต่ต้นทุนผลิตอยู่ที่ 35 บาทกว่า” นายพรพิพัฒน์ เผย
ประธานชุมนุมสหกรณ์ฯ ยังกล่าวถึงช่องทางการตลาดว่า ทุกวันนี้โรงงานฯ ผลิตน้ำมันปาล์มดิบจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นโบรกเกอร์รับซื้อเพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้กับโรงงานแปรรูปน้ำมันปาล์ม เนื่องจากโรงงานฯ ไม่มีรถบรรทุกที่สามารถนำน้ำมันปาล์มดิบไปส่งโรงงานแปรรูปโดยตรง ส่วนการจำหน่ายจะเป็นวันต่อวัน ซื้อขายด้วยเงินสดเท่านั้น โดยจะเปิดขายกับบริษัทที่ให้ราคาสูงสุดในแต่ละครั้ง



ปัจจุบันชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด มีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มอยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 2 แห่ง โดยโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแห่งแรกตั้งอยู่ใน ต.คลองยา อ.อ่าวลึก มีเครือข่ายสหกรณ์ที่เป็นสมาชิก 21 แห่ง กำลังการผลิต 90 ตันทะลาย/ชั่วโมง ก่อตั้งเมื่อปี 2547 โดยกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) กรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวน 270 ล้านบาท มาก่อสร้างและดำเนินการกิจการมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแห่งที่สอง ตั้งอยู่ใน ต.คลองท่อมเหนือ อ.คลองท่อม มีเครือข่ายสหกรณ์ในสังกัด 11 แห่ง มีกำลังการผลิต 45 ตันทะลาย/ชั่วโมง โดยโรงงานแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2555 กู้เงินจาก ธ.ก.ส.จำนวน 350 ล้านบาท มาดำเนินก่อสร้าง แต่ทว่าการดำเนินกิจการต้องประสบปัญหาขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการบริหารจัดการที่ผิดพลาดและมีการทุจริตภายในองค์กร จนในที่สุดคณะกรรมการดำเนินงาน ซึ่งเป็นผู้แทนจากสหกรณ์สมาชิก 11 สหกรณ์ในสังกัด ลงมติให้ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่ จำกัด ขายโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้แก่บริษัท กระบี่วิเศษ ปาล์มน้ำมัน จำกัด เมื่อปี 2562 มูลค่า 320 ล้านบาท โดยแบ่งจ่าย 12 งวด เป็นเวลา 12 ปี ทว่าการแบ่งจ่ายค่างวดไม่เป็นไปตามสัญญาซื้อขายระหว่างชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มกระบี่จำกัดกับบริษัท กระบี่วิเศษ ปาล์มน้ำมัน จำกัด จนมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดีของดีเอสไอ (DSI) ทำให้โรงงานหยุดการเดินเครื่องเป็นการชั่วคราว และอยู่ระหว่างการหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกัน
