องคมนตรีติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในรัชกาลที่ 9

วันพุธที่ 19 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 10.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการขุดลอกบึงระหารน้ำใส-คลองบางช้าง (ฝั่งขวา) อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการฯ โอกาสนี้ รับฟังสรุปการดำเนินงานโครงการฯ จากผู้แทนกรมชลประทาน โดยเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2523 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมีพระราชดำริให้จัดหาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของราษฎรในพื้นที่ตำบลนากลาง ตำบลบางประมุง และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริ โดยการขุดลอกบึง ลำคลองธรรมชาติ และก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ เริ่มตั้งแต่ปี 2525-2528 ได้แก่ ขุดลอกบึงระหารน้ำใส-คลองบางช้าง (ฝั่งขวา) ตำบลโกรกพระ อำเภอโกรกพระ มีพื้นที่รับประโยชน์ 8,500 ไร่ สร้างอาคารบังคับน้ำคลองบางเหยี่ยว ตำบลบางประมุง อำเภอโกรกพระ พื้นที่รับประโยชน์ 1,500 ไร่ สร้างอาคารบังคับน้ำคลองบางเหยี่ยววงแหวนพร้อมขุดลอกคลองบึงระหารน้ำใส (ฝั่งซ้าย) ตำบลศาลาแดง อำเภอโกรกพระ พื้นที่รับประโยชน์ 1,500 ไร่ สร้างอาคารบังคับน้ำคลองบางช้าง ตำบลศาลาแดง อำเภอโกรกพระ พื้นที่รับประโยชน์ 1,500 ไร่ ขุดลอกหนองละมุคลองเหยี่ยววงแหวน ตำบลโกรกพระ อำเภอโกรกพระ พื้นที่รับประโยชน์ 1,500 ไร่ และปรับปรุงบึงระหารน้ำใส-หนองหวาย ตำบลนากลาง อำเภอโกรกพระ พื้นที่รับประโยชน์ 1,500 ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์รวมทั้งสิ้น 16,000 ไร่

ต่อมาในปี 2564 คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สนับสนุนงบประมาณให้แก่กรมชลประทานดำเนินการขุดลอกแก้มลิงบึงระหารน้ำใส ตำบลนากลาง อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ดำเนินการเดือนมกราคม-มิถุนายน 2564 และระยะที่ 2 ดำเนินการเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2564 ปัจจุบันโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำฯ อำเภอโกรกพระได้มีการดูแลบำรุงรักษาและพัฒนาโดยกรมชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอโกรกพระ ทำให้ราษฎรในพื้นที่ตำบลนากลาง ตำบลบางประมุง และพื้นที่ใกล้เคียงมีน้ำใช้สำหรับพื้นที่การเกษตร 16,000 ไร่

นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินงานสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการเพิ่มศักยภาพของโครงการบึงระหารน้ำใส-คลองบางช้าง (ฝั่งขวา) เพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านแหล่งน้ำ โดยการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบทั้งฤดูแล้งและฤดูฝน เพื่อให้สามารถสนับสนุนน้ำใช้ในการบริโภคอุปโภคและทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี

ในช่วงบ่าย องคมนตรี พร้อมด้วยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร.และคณะฯ เดินทางไปยังโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านสามขา (2) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร โดยรับฟังสรุปความเป็นมาของโครงการ จากผู้แทนกรมชลประทาน และการบริหารจัดการโครงการจากผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลฆะมัง จากนั้นเยี่ยมชมพื้นที่โครงการ พร้อมทั้งพบปะราษฎรและเยี่ยมชมพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการ (จุดปล่อยน้ำ)

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำบ้านสามขา (2) ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลือราษฎรตำบลฆะมังและตำบลบ้านบุ่ง อำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ต่อมาในปีงบประมาณ 2558 คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สนับสนุนงบประมาณให้แก่กรมชลประทาน สำหรับดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และแพตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 แห่ง ท่อส่งน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 600 มิลลิเมตร ยาว 5,280 เมตร ระบบส่งน้ำ พร้อมอาคารประกอบ 10 แห่ง ระบบไฟฟ้าแรงต่ำจากหม้อแปลงลงแพเหล็ก 1 แห่ง และขยายเขตระบบไฟฟ้าแรงสูง ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อปี 2558 ทำให้ส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่เกษตรได้ 1,200 ไร่

นอกจากนี้ได้ถ่ายโอนภารกิจและการบริหารจัดการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลฆะมัง ปัจจุบันสามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและสนับสนุนพื้นที่เกษตร จำนวน 1,844 ไร่ ของราษฎรบ้านสามขา หมู่ที่ 8 ตำบลฆะมัง อำเภอเมืองพิจิตร และหมู่บ้านใกล้เคียง ทำให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีผลผลิตและรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น