องคมนตรีติดตามขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบูรณ์ มุ่งยกระดับชีวิตเกษตรกรและบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมเมืองราด อาคาร 2 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี รองประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. รองประธานอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภารกิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งได้ลงพื้นที่ติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ใน 6 จังหวัด 19 โครงการ 7 ฐานความมั่นคง พร้อมทั้งสถานะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งในส่วนของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงติดตามความคืบหน้าของโครงการต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระยะที่ 1-3 โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์มีแผนการดำเนินงานโครงการต่อยอดฯ จำนวน 6 โครงการ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม การแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการฯ ระดับพื้นที่ ตลอดจนการนำระบบ One Plan มาสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และร่วมพิจารณาแผนการติดตามและขับเคลื่อนฯ ประจำปีงบประมาณ 2570 ของคณะอนุกรรมการฯ ต่อไป

ช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะเดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อรับฟังรายงานผลความก้าวหน้าโครงการฯ การฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ การบริหารจัดการน้ำของกลุ่มผู้ใช้น้ำ พร้อมทั้งร่วมปล่อยพันธุ์ปลา และมอบพันธุ์ข้าวพระราชทานแก่ตัวแทนเกษตรกรเพื่อความเป็นสิริมงคล

โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ให้พิจารณาเก็บกักน้ำตอนบนของลำน้ำสาขาแม่น้ำป่าสัก เพื่อใช้ด้านการเกษตรและป้องกันบรรเทาอุทกภัย ปัจจุบัน โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกงฯ สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรในฤดูฝนได้ถึง 50,000 ไร่ และในฤดูแล้ง 22,000 ไร่ พร้อมทั้งบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ตามแนวสองฝั่งลำน้ำกงและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ประชาชนในพื้นที่ได้บริโภคและทำประมงเป็นรายได้เสริม

จากการสืบสาน รักษา และต่อยอด กรมชลประทานมีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำ และเพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 6 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มพื้นที่รับประโยชน์อีก 6,000 ไร่ รองรับความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการประปาในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง

จากนั้น องคมนตรีและคณะเดินทางเยี่ยมชมพื้นที่การเกษตรแปลงใหญ่ถั่วเขียว ตำบลท่าแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการฯ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ การคัดแยกเมล็ดพันธุ์ ร่วมหว่านเมล็ดถั่วเขียวลงแปลงปลูก และให้กำลังใจแก่กลุ่มเกษตรกรในการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน