วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ปราบปรามขบวนการทุจริตการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) ให้แก่บุคคลต่างด้าวโดยมิชอบในพื้นที่ อ.ไชยปราการ

ทั้งนี้คดีดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ปี 2559-2565 รวม 5 ปี มีการขยายผลจับกุมคดีดังกล่าวมาจาก อ.เวียงแหง และ อ.เชียงดาว มีจำนวน 5,044 ราย ซึ่งได้นำมาสู่การออกหมายจับ 36 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้า ที่ของรัฐ 1 คน พยานรับรอง 11 คน และบุคคลต่างด้าว 23 คน อาทิ จีน เมียนม่าร์ ซึ่งต้องเสียค่าตอบแทนรายละ 100,000 บาท
สำหรับขบวนการดังกล่าวมีการทุจริต คือ การจัดทำทะเบียนประวัติเท็จ แบะจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งบุคคลดังกล่าวต้องมีการจำหน่าย ยกเลิก เพิกถอนทะเบียนดังกล่าวตามกฏหมายและให้เป็นบุคคลเฝ้าระวังในการตรวจสอบขยายผล พร้อมดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องโดยไม่มีการละเว้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ยังมีบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 0) กว่า 500,000 ราย ที่ต้องมีการตรวจสอบและเฝ้าระวังดังกล่าว บางส่วนนำมาเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ และบางส่วนเข้าใจโดยสุจริต ว่า เป็นค่าธรรมเนียมที่พักอาศัยในประเทศนานขึ้น และเข้ามาศึกษาต่อ 4 ปี
นายวรศิษฎ์ กล่าวภาพรวมว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องการสะสางปัญหาดังกล่าวที่เรื้อรังมานาน ยึดหลักการบังคับใช้กฏหมายอย่างตรงไปตรงมา อะไรผิดก็คือผิด ไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งต้องแก้ที่ระบบ และตัวบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่และพนักงานระดับล่าง มีอดีตผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครอง เข้าร่วมต้องดำเนินการสะสางปัญหาที่หมักหมมมานาน และสะสางทีละเรื่อง โดยขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวแบบบูรณาการ 6 หน่วยงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 6 หน่วยงานประกอบด้วย กรมการปกครองสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท.จังหวัดเชียงใหม่ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
