เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นาย ชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว. พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการและสาธารณูปโภคเป็นมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

นาย ชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไฟส่องสว่างบนถนนสายเอเชีย รวมถึงถนนสายหลักและสายรองในหลายพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดับเป็นบริเวณกว้าง จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากกลุ่มคนร้ายลักลอบตัดสายไฟและขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อนำทองแดงและชิ้นส่วนภายในไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า ทั้งที่ของกลางมีมูลค่าขายเพียงหลักพันบาท แต่กลับสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐหลายล้านบาท และส่งผลให้ระบบไฟส่องสว่างริมถนนไม่สามารถใช้งานได้ เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและความไม่ปลอดภัยของประชาชน
ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ระดมชุดสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 13 ราย ในพื้นที่ 5 สถานีตำรวจ
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากนี้จังหวัดจะยกระดับการตรวจสอบร้านรับซื้อของเก่าทุกแห่ง โดยผู้ประกอบการต้องตรวจสอบที่มาของทองแดง สายไฟ หรือวัสดุที่มีผู้นำมาจำหน่าย หากพบว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการลักทรัพย์ จะต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
หากผลการสืบสวนพบว่าร้านรับซื้อของเก่ามีส่วนรับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด จังหวัดจะประสานนายอำเภอ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจออกใบอนุญาต ให้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทันที พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปิดช่องทางการระบายทรัพย์สินของคนร้าย และตัดวงจรการลักตัดสายไฟในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนช่วยสอดส่อง หากพบบุคคลหรือรถยนต์ต้องสงสัยจอดตามแนวถนน หรือมีการปีนเสาไฟฟ้าโดยไม่มีเครื่องหมายของหน่วยงานราชการหรือการไฟฟ้า ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อเข้าตรวจสอบและป้องกันเหตุ
ด้าน พล.ต.ต.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า คดีสำคัญเกิดในพื้นที่ สภ.บางปะหัน คนร้ายใช้รถกระบะเป็นพาหนะ ก่อเหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าริมทางหลวงหมายเลข 347 โดยนำบันไดพาดขึ้นเสา ใช้อุปกรณ์ตัดกระแสไฟ ก่อนใช้สว่านแบตเตอรี่ถอดหม้อแปลงลงมา จากนั้นชำแหละเอาเฉพาะทองแดงและชิ้นส่วนที่มีมูลค่าไปขาย ภายหลังตำรวจสืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย
จากการสอบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มเดียวกันเคยก่อเหตุลักตัดสายไฟในพื้นที่ สภ.พระอินทร์ราชา มาก่อน โดยใช้วิธีการเดียวกัน คือใช้รถกระบะดัดแปลงปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อุปกรณ์ที่จัดหาได้ทั่วไปในการตัดกระแสไฟ แล้วลงมือก่อเหตุอย่างรวดเร็ว ก่อนหลบหนีไป
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหาส่วนใหญ่มีประวัติก่อเหตุลักตัดสายไฟมาแล้วหลายครั้ง และเมื่อพ้นโทษก็กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก
สำหรับผู้ต้องหารายล่าสุด ถูกจับกุมได้จากเบาะแสของพลเมืองดีที่แจ้งไปยังสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.นครหลวง หรืออินฟู ”ตำรวจน๊อต “หลังพบชายต้องสงสัยกำลังขุดดินบริเวณร่องกลางถนนสายเอเชีย กม.27 ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง เมื่อตำรวจเข้าตรวจสอบ พบสายไฟที่ถูกตัดยาวประมาณ 10 เมตร พร้อมอุปกรณ์ก่อเหตุ ได้แก่ ชะแลง เสียม และเครื่องมือที่ใช้ในการลักตัดสายไฟ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
