กรมชลประทานจัดปัจฉิมนิเทศเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สาว แก้วิกฤติแล้ง-น้ำท่วมอย่างยั่งยืน ช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน

นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงผลสรุปการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีหัวงานอยู่ที่หมู่ 15 บ้านโป่งไฮ ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ว่า โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาวจะเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว ตัวเขื่อนจะมีความสูง 63 เมตร ความยาวสันเขื่อน 388 เมตร ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มั่นคงแข็งแรงและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 14.70 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารท่อส่งน้ำขนาด 2.00 เมตร และมีอาคารทางระบายน้ำล้น (Spillway) แบบบานระบายโค้ง 2 ช่อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการบริหารจัดการน้ำทั้งในฤดูแล้งและฤดูฝน มูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,171.59 ล้านบาท โดยมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานก่อสร้างรวม 5 ปี หลังจากได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่อายให้เกิดความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ บรรเทาอุทกภัยและน้ำท่วมฉับพลัน แก้วิกฤติภัยแล้ง และยกระดับเศรษฐกิจชุมชน

เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่อำเภอแม่อายเป็นภูเขาสูงโอบล้อม เมื่อเกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลไปตามความลาดชันของภูมิประเทศลงสู่ที่ราบลุ่มอย่างรวดเร็ว จึงไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้ ส่งผลให้ปัจจุบันตำบลแม่สาวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในฤดูแล้ง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำสูงถึง 17.33 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ปริมาณน้ำต้นทุนธรรมชาติไม่เพียงพอ โดยโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาวจะช่วยเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์จำนวน 15,431 ไร่ จะช่วยเติมน้ำให้กับระบบส่งน้ำเดิมฝายแม่สาวและน้ำแม่สาว ทำให้เกษตรกรและราษฎรมีน้ำอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร และปศุสัตว์ได้อย่างมั่นคงตลอดปี

 

นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำแม่สาวจะช่วยชะลอน้ำและกักเก็บน้ำป่าจากต้นน้ำ ลดความสูญเสียต่อบ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของประชาชนอีกด้วย เมื่อสามารถควบคุมได้ทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งมีหลากหลายชาติพันธุ์ จะสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างมั่นคง เกิดการสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน

“ขอเน้นย้ำและให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนทุกท่านว่ากรมชลประทานยึดถือประโยชน์บนความถูกต้องเป็นหลัก โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากความเดือดร้อนและเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงตั้งแต่ปี 2560 ตลอดระยะเวลาการศึกษาที่ผ่านมากรมชลประทานให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการดำเนินงานโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาศึกษาโครงการ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสร้างความเข้าใจในข้อมูลโครงการ พร้อมทั้งรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกัน และเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยมีการดำเนินงานกิจกรรมการมีส่วนร่วมทั้งสิ้น 8 ครั้ง ดังนั้น ทุกข้อกังวลใจ ทุกข้อสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดินหรือผลกระทบต่าง ๆ ได้ถูกนำมาพิจารณาในกระบวนการวางแผนทั้งหมด และจะมีมาตรการเยียวยาดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และดีที่สุด จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะสร้างประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนอย่างสูงสุด” นายปรัชญา กล่าว

นายปรัชญา กล่าวต่อว่า เนื่องจากพื้นที่ศึกษาโครงการบางส่วนตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 กรมชลประทานจึงตระหนักถึงความสำคัญในข้อนี้เป็นอย่างมากและได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับแนวทางแก้ไขและลดผลกระทบ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงแผนติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIMP) ไว้อย่างเป็นระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งในช่วงระยะเตรียมการก่อสร้าง ระยะก่อสร้าง 5 ปี และระยะดำเนินการยาวต่อเนื่อง 50 ปี มาตรการเหล่านี้จะควบคุมทั้งเรื่องการดูแลระบบนิเวศต้นน้ำ การป้องกันการชะล้างพังทลายของผิวดิน การควบคุมคุณภาพน้ำ และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่หัวงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาแหล่งน้ำและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะสามารถเดินหน้าควบคู่กันไปได้อย่างยั่งยืน

สำหรับกระบวนการหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการในวันนี้ เพื่อสรุปผลการศึกษาทั้งหมดร่วมกับสื่อมวลชนและประชาชนแล้ว กระบวนการถัดไปกรมชลประทานจะเร่งรัดขับเคลื่อนโครงการตามขั้นตอนและระเบียบวาระของทางราชการอย่างเป็นระบบดังนี้ การอนุมัติรายงานสิ่งแวดล้อม กรมชลประทานจะนำรายงานผลการศึกษาความเหมาะสมและเล่ม EIA เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อผ่านความเห็นชอบด้าน EIA แล้ว กรมชลประทานจะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติเปิดโครงการ และอนุมัติวงเงินงบประมาณลงทุนรวม 1,177.74 ล้านบาท

ส่วนการจัดหาที่ดินและเตรียมการก่อสร้างนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจ ปักหลักเขต และจ่ายค่าชดเชยทรัพย์สินที่ดินให้กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม ส่วนงานก่อสร้างกรมชลประทานจะกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานปลอดภัย และเสร็จสิ้นตามกรอบเวลา เพื่อส่งมอบความมั่นคงด้านน้ำให้แก่พี่น้องชาวแม่อายโดยเร็วที่สุด อยากจะให้พี่น้องเกษตรกร เชื่อมั่นกรมชลประทานที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินการพัฒนาจัดหาแหล่งน้ำ โดยมีการศึกษาวางแผนอย่างรอบคอบ ในอนาคตถ้าโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาวแล้วเสร็จ ก็อยากจะขอความร่วมมือเกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำให้ยึดถือกฎกติกาการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด และปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกพืช รวมถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดสภาวะโลกร้อน และช่วยกันประหยัดน้ำ พร้อมทั้งจัดสรรน้ำให้ทั่วถึงและเป็นธรรมด้วย” นายปรัชญา กล่าวทิ้งท้าย

นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กรมชลประทาน กล่าวเสริมว่า โครงการนี้เกิดจากปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ระหว่างชาวนากับชาวสวน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งไปจนถึงต้นฤดูฝนจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร ซึ่งโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาวจะมีทั้งผู้ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์ ดังนั้น กรมชลประทานจึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมฯ ที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดเวทีการมีส่วนร่วมไปแล้ว 12 เวที เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ข้อกังวลของประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย กรณีการจ่ายค่าชดเชยเวนคืนที่ดินจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านแท้จริง ซึ่งขณะนี้พบว่าประชาชนมีความเข้าใจโครงการนี้มากขึ้น

 

ส่วนข้อกังวลกรณีแผ่นดินไหว ทางวิศวกรก่อสร้างก็ได้มีการออกแบบเพื่อรองรับแผ่นดินไหว พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อนไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนของกรมชลประทานจะดำเนินการก่อสร้างตามมาตรฐานความปลอดภัย และภายหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะส่งมอบให้ฝ่ายบำรุงรักษาดูแลต่อไป และรับประกันความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนด้วย

นายสมศักดิ์ เขื่อนแก้ว เลขานุการกลุ่มบริหารจัดการน้ำชลประทานฝายแม่สาว ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อปี 2558 เกิดภัยแล้งรุนแรง ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร ซึ่งเกษตรกรในตำบลแม่สาวส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำสวน จึงเกิดปัญหาขัดแย้งแย่งชิงน้ำกันในกลุ่มผู้ใช้น้ำ พอถึงช่วงฤดูฝนก็เกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว เนื่องจากไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ ต่อมานายอนันต์ สุนทร ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำฝายแม่สาว จึงได้ทำเรื่องถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรซึ่งขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรในฤดูแล้ง จากนั้นกรมชลประทานซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ จึงได้ทำการสำรวจออกแบบ ศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจัดทำ EIA และปัจฉิมนิเทศโครงการ เพื่อผลักดันโครงการให้เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งการแย่งชิงน้ำบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งชาวบ้านดีใจมากที่จะได้มีอ่างเก็บกักน้ำและมีแหล่งน้ำต้นทุนไว้ใช้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ จะเป็นการช่วยส่งเสริมอาชีพ การท่องเที่ยว การประมง และเมื่อโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาวแล้วเสร็จ ก็จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

“ขอฝากกรมชลประทานให้ทำการประชาสัมพันธ์ด้านข้อมูลข่าวสาร อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามความก้าวหน้าของโครงการ ที่สำคัญต้องขอขอบคุณกรมชลประทานที่ได้จัดทำโครงการนี้ เพื่อแก้วิกฤติภัยแล้งและน้ำท่วม ทำให้ประชาชนมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรตลอดทั้งปี” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายพรมนัส แก้วสาลวิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาความขัดแย้งการแย่งชิงน้ำในพื้นที่ตำบลแม่สาวระหว่างชาวนากับชาวสวน ต่อมาในปี 2560 นายอนันต์ สุนทร ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำฝายแม่สาว จึงได้ทำเรื่องถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สาว เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง และช่วยเหลือราษฎรที่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ซึ่งปัจจุบันทุกภาคส่วนก็ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน โดยการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อต้องการให้ชาวบ้านได้รับความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้อง ซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ 5,000 กว่าไร่ โดยคาดหวังว่ากรมชลประทานและจะเร่งรัดดำเนินการให้โครงการอ่างเก็บน้ำแม่สาวเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งอาหารของชาวบ้านในพื้นที่ ช่วยป้องกันน้ำท่วมฉับพลันและแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน

“โครงการนี้ชาวบ้านจะได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจะมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ซึ่งชาวบ้านในตำบลแม่สาวส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน ข้าว ข้าวโพด และมีความต้องการใช้น้ำในการดำรงชีวิต ส่วนประโยชน์ทางอ้อมก็จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ดังนั้น เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จก็อยากให้มีการจัดตั้งกลุ่มบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจที่ดีต่อกัน โดยการจัดสรรน้ำอย่างเป็นธรรมในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรอย่างยั่งยืน” ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 กล่าว

ด้านนางสมร ประเสริฐ บ้านเลขที่ 117 หมู่ 10 ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ได้พักอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ โดยบรรพบุรุษได้เข้ามาบุกเบิกที่ดินทำกิน ปลูกส้มจำนวนหลายสิบไร่ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สาว จะต้องถูกเวนคืนที่ดินทำกิน ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องขอให้รัฐบาลจ่ายค่าชดเชยที่ดินอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเป็นธรรม อย่าให้ประชาชนต้องเดือดร้อน โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับโครงการนี้อย่างยิ่ง เพราะจะเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน จะได้มีน้ำกิน น้ำใช้ตลอดทั้งปี ผลผลิตทางการเกษตรก็ดีขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้น คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นด้วย

ขณะที่นายอนันต์ ตรัยธนู บ้านเลขที่ 147 หมู่ 10 ตำบลแม่สาว อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันปลูกส้มจำนวนหลายสิบไร่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินในโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สาว เพราะถ้าหากเวนคืนที่ดินไปแล้ว ก็จะทำให้ที่ดินทำกินลดน้อยลง ส่งผลทำให้รายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงครอบครัว โดยเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมาราคาจำหน่ายผลผลิตลดลง จากที่เคยได้ 100% ลดลงเหลือแค่ 30% หากคิดเป็นรายได้ 100,000 บาท ก็จะลดลงเหลือ 30,000 บาทเท่านั้น ถ้าจะให้ไปหาที่ดินทำกินใหม่ ก็ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่อีก ต้องใช้ระยะเวลา 3 ปี จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ นอกจากนี้ก็มีความกังวลใจในเรื่องความแข็งแรงของตัวอ่างเก็บน้ำด้วย