สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดินหน้าลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม เริ่มปีการศึกษา 2569 โรงเรียนไม่ต้องกรอกข้อมูลการประเมิน ITA ระดับสถานศึกษา ของ ป.ป.ช. พร้อมทยอยยกเลิกการประเมิน การรายงาน และการประกวดบางโครงการ ที่สร้างภาระงานให้ครู-โรงเรียนนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เดินหน้าลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โรงเรียนไม่ต้องกรอกข้อมูลการประเมิน ITA ระดับสถานศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมทั้งทยอยยกเลิกการประเมิน การรายงาน และการประกวดบางโครงการ ที่สร้างภาระงานให้ครูและโรงเรียน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญ ในการลดภาระงานด้านเอกสาร และงานประเมินที่ไม่จำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอน และดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ ตามแนวทาง “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” ของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นผลมาจากการที่ สพฐ.ได้ทบทวนโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ซึ่งมีทั้งสิ้น 116 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของครู 50 โครงการ และภายหลังการพิจารณาร่วมกันของหน่วยงานภายใน สพฐ. เห็นว่าสามารถปรับลดขั้นตอนและกิจกรรม ที่เป็นภาระต่อครูและโรงเรียนได้ อาทิ การยกเลิกการรายงานที่ซ้ำซ้อน การลดขั้นตอนการดำเนินงาน การบูรณาการข้อมูลร่วมกัน รวมถึงการพิจารณายกเลิกบางโครงการที่ไม่จำเป็น
นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เดินหน้าลดภาระครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โรงเรียนไม่ต้องกรอกข้อมูลการประเมิน ITA ระดับสถานศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมทั้งทยอยยกเลิกการประเมิน การรายงาน และการประกวดบางโครงการ ที่สร้างภาระงานให้ครูและโรงเรียน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญ ในการลดภาระงานด้านเอกสาร และงานประเมินที่ไม่จำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอน และดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ ตามแนวทาง “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” ของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นผลมาจากการที่ สพฐ.ได้ทบทวนโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ซึ่งมีทั้งสิ้น 116 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของครู 50 โครงการ และภายหลังการพิจารณาร่วมกันของหน่วยงานภายใน สพฐ. เห็นว่าสามารถปรับลดขั้นตอนและกิจกรรม ที่เป็นภาระต่อครูและโรงเรียนได้ อาทิ การยกเลิกการรายงานที่ซ้ำซ้อน การลดขั้นตอนการดำเนินงาน การบูรณาการข้อมูลร่วมกัน รวมถึงการพิจารณายกเลิกบางโครงการที่ไม่จำเป็น
“ มาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที คือ การยกเลิกการกรอกข้อมูล ITA ระดับสถานศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โดย สพฐ.ได้หารือร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. และเห็นว่า ข้อมูลที่ใช้ในการประเมิน เช่น การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT) และข้อมูลเชิงประจักษ์ สามารถดึงจากฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เช่น ระบบ Connext ED สำหรับโรงเรียน และระบบ OIT Plus สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มาใช้แทนได้” เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า นอกจากนี้ สพฐ.ยังพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อให้โรงเรียนสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ลดการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดภาระงานเอกสารของครูอย่างเป็นระบบ
สำหรับโครงการที่เตรียมปรับลดหรือยกเลิกในปีงบประมาณ 2570 เบื้องต้นมี 6 โครงการ ได้แก่ 1. ยกเลิกการประเมิน ITA ออนไลน์ ระดับสถานศึกษา 2. ยกเลิกการประเมินโรงเรียนคุณธรรม ระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว 3. ยกเลิกการรายงานโครงการยกระดับสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียน ตามกรอบการประเมินระดับนานาชาติ 4. ยกเลิกการรายงานโครงการยกระดับ OBEC Channel ศูนย์กลางสื่อสารและบริหารงานดิจิทัล สพฐ. 5. ยกเลิกการรายงานโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ห้องเรียน และ 6. ยกเลิกการประกวดโครงการส่งเสริมสุขภาพและพลานามัย
นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า หลายโครงการของ สพฐ. มีหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ภายใต้แนวคิด “All for Education” ซึ่งทุกภาคส่วนมีบทบาทในการพัฒนาการศึกษา อย่างไรก็ตาม สพฐ.จะพิจารณารายละเอียดของแต่ละโครงการอย่างรอบคอบ หากพบว่าโครงการใดสร้างภาระด้านการรายงาน หรือเพิ่มงานเอกสาร ให้ครูและโรงเรียน ก็อาจพิจารณาปรับลดหรือยกเลิก ขณะเดียวกัน โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียน ทั้งด้านความรู้ คุณธรรม และทักษะชีวิต ยังคงได้รับการสนับสนุนต่อไป โดยจะเน้นลดกิจกรรมหรือขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ครูมีเวลาอยู่กับนักเรียนมากขึ้น โรงเรียนมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการมากขึ้น และผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ.
