วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีเวที
เสวนา The Choice เลือกตั้ง 2569@CMU ก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งมีผู้แทนจาก 8 พรรค การเมืองเข้าร่วม ประกอบด้วยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 5 คน และผู้แทนพรรคอีก 3 คน สะท้อนบรรยากาศการแข่งขันทางนโย บายช่วงโค้งสุดท้ายอย่างเข้มข้น ท่ามกลางความสนใจคณาจารย์ นักศึกษา บุคลากร และประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกว่า 500 คน

ภายในงานนอกจากเวทีเสวนาแล้ว มีนิทรรศการนำเสนอข้อมูลดัชนีการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG Index ของภาคเหนือ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมโหวตเลือก “3 นโยบายที่ใช่ที่สุด” จาก 20 นโยบายสาธารณะ ผ่านกิจกรรม “เสียงในหัว คนบ้านฉัน” โดยทีมงาน #LocalsVoice และเชิญชวนสะท้อนปัญหา ข้อเสนอเชิงนโย บาย และความคาดหวังต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคนใหม่
จากการสะท้อนความคิดเห็นพบว่า ประเด็นที่ได้รับความสำคัญสูงสุด และถูกมองว่าเร่งด่วนที่สุดคือวิกฤตสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนภาคเหนือ ขณะเดียวกันความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน เป็นอีกประเด็น
ที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และขาดแคลนงานที่มีคุณภาพในท้องถิ่น ส่งผลให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากต้องย้ายถิ่นเข้าสู่เมืองใหญ่ หรือออกนอกประเทศ
น.ส.กชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระในฐานะแคนนิเดตนายกรัฐมนตรีหมายเลข 22 กล่าวว่า พรรคก้าวอิสระ เป็นพรรคใหม่สายปฏิบัติการ หรือจิตอาสาภาคประชาชน สนับสนุนพรรคใหญ่ที่เป็นรัฐบาลแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะทุกปัญหาสามารถมีทางออกและแก้ไขได้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจหรือปากท้องชาวบ้าน ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 หากมีการบังคับใช้กฏหมายอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีการทุจริต เขื่อว่าประเทศมีการพัฒนาเจริญก้าวหน้าทุกด้านภายใต้การตรวจสอบของทุกภาคส่วน หากเลือกพรรคก้าวอิสระ เชื่อว่าทำได้ภายใน 90-100 วัน
