ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก คุณลุงสุรชัย ประยูรสมบัติ อายุ 73 ปีกรณีที่คุณลุงสุรชัยนั้นเป็นผู้ประสบภัยจากเหตุพายุพัดถล่มบ้านพักทั้งหลังได้ความเดือดร้อนหลังบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถพักอาศัยได้จนกระทั่งต้องนำเต็นท์มาตั้งขวางถนนภายในซอยบงกช 71 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 68 ทีืผ่านมาจนเกิดกระแสดราม่าและเป็นข่าวโด่งดังตามมา จนกระทั่งเทศบาลเมืองคลองหลวงมาปรับพื้นที่บ้านแล้วนำเต็นท์มากางในบริเวณบ้านพักไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้(21 พฤษภาคม 69)ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้าน 4/22 ภายในซอยบงกช 71 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของคุณลุงสุรชัย ประยูรสมบัติ อายุ 73 ปีโดยสภาพที่พักปัจจุบันของลุงสุรชัยนั้นเป็นเต็น์ที่เต็มไปด้วยข้าวของทั้งที่นอนและเครื่องอุปกรณ์การทำอาหารวางเรียงรายมากมายจนเต็มพื้นที่เต็นท์รวมถึงสุนัขและแมวอีกกว่า 10 ตัวที่อาศัยร่วมกันภายในเต็นท์
จากการสอบถามนายสุรชัย ประยูรสมบัติ อายุ 73 ปีเจ้าของบ้านและผู้แจ้งเหตุ ได้กล่าวว่าหลังเกิดเหตุพายุถล่มจนต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้านของตนเมื่อปีที่แล้ว(68) ก็ได้หน่วยงานท้องถิ่นได้นำเต็นท์มากางให้เพื่อใช้บังแดดบังฝนเป็นการชั่วคราว พร้อมมีการเข้ามาปรับพื้นที่ดินบางส่วน ทั้งด้านหน้าและด้านหลังบ้าน แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่ด้านหลังยังทรุดต่ำและบ้านหลังเดิมข้าวของเครื่องใช้ได้จมลงใต้ดินไปหมดแล้ว

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งว่าจะเข้ามาช่วยสร้างบ้านหรือทำที่พักให้ แต่จนถึงขณะนี้เรื่องยังไม่มีความคืบหน้า และเมื่อตนได้ไปสอบถามกับกองสวัสดิการสังคมเทศบาลคลองหลวงเมื่อเดือนที่แล้ว(เม. ย.69)ก็ได้รับคำตอบว่าจะดำเนินการภายในสิ้นเดือน แต่พ้นเดือนดังกล่าวก็ยังไม่มีความคืบหน้า ตนจึงติดตามอีกครั้งในเดือนนี้(พ.ค.69 )ก็ยังได้รับคำตอบว่าภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งตนขอแค่ให้มีบ้านที่มีเพียงเพิงพักพร้อมเทพื้นปูนให้พอพักอาศัยอยู่ได้ก็เพียงพอแล้ว เพื่อจะได้คืนเต็นท์ให้กับทางราชการ ทุกวันนี้ตนลำบากมาก ต้องทำมาหากินไปวัน ๆ เมื่อก่อนหน้าบ้านทำงานซ่อมรถได้ แต่ตอนนี้ทำอะไรแทบไม่ได้

ลุงสุรชัยยังกล่าวอีกว่าตอนนี้เข้าหน้าฝนแล้วทุกครั้งที่ฝนตกหรือมีพายุ จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากลมและฝนที่พัดเข้ามาในเต็นท์แทบนอนไม่ได้ ตนจึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากเวลาผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และหากต้องการรื้อเต็นท์คืนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสร้างบ้านเสร็จก่อนค่อยนำเต็นกลับไป
นายพงษ์ศักดิ์ ศักดิ์พงษ์ ผอ. กองสวัสดิการสังคมเทศบาลคลองหลวงกล่าวกำลังดำเนินการส่งเรื่องเข้า พมจ. ปทุมธานี ไปแล้วซึ่งได้ติดตามเรื่องนี้ให้อย่างต่อเนื่องซึ่งต้องรอทาง พมจ.ปทุมธานี มีการพิจารณาต่อไป
