กรมชลฯ เร่งออกแบบ 2 อ่าง เพิ่มน้ำต้นทุน 164 ล้าน ลบ.ม. หนุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ช่วยแก้ภัยแล้งให้เกษตรกร 34 หมู่บ้าน กว่า 108,000 ไร่



เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน พร้อมคณะลงพื้นที่โครงการเขื่อนทดน้ำโกกโก่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามความก้าวหน้างานสำรวจ ออกแบบ โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก จำนวน 2 โครงการ คือ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง เนื่องจากในปี พ.ศ.2558 คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้ประกาศพื้นที่ 14 ตำบล ในเขตอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และอำเภอแม่ระมาด เป็นพื้นที่ “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ส่งเสริมความมั่นคงของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน


ต่อมา ในปี พ.ศ.2559-2561 กรมชลประทานได้ทำการศึกษาแผนหลักการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเป็นน้ำต้นทุนรองรับการขยายตัวในอนาคตของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก รวมทั้งช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำ จึงได้ทำการคัดเลือกแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำที่มีความจำเป็นเร่งด่วน 3 โครงการ เพื่อทำการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่กึ๊ดหลวงตอนบน ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ดังนั้น กรมชลประทานได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้า IT JV บริษัท วิศวชลกร จำกัด และบริษัท ธูว์ บราเดอร์ พาทเนอร์ จำกัด ดำเนินการสำรวจ ออกแบบ โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก จำนวน 2 โครงการ คือ 1) โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน และ 2) โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่สอดอำเภอแม่ระมาด และอำเภอพบพระ รวมทั้งส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานและมีน้ำเพียงพอสำหรับส่งให้ภาคอุตสาหกรรม การอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำ เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษตาก ที่มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด


โดยโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน มีที่ตั้งหัวงานอยู่หมู่ 2 บ้านแม่ละเมา ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ก่อสร้างกั้นลำห้วยอุ้มเปี้ยม ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของห้วยแม่ละเมา ลักษณะเขื่อนแบบหินทิ้งแกนดินเหนียว ตัวเขื่อนมีความกว้าง 10 เมตร ยาว 419 เมตร สูง 110 เมตร มีระดับกักเก็บ +810 เมตร (ร.ท.ก.) สามารถกักเก็บน้ำได้ 75.96 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมอุโมงค์ผันน้ำความยาว 8.27 กิโลเมตร เพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่ชลประทาน 38,000 ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 14 หมู่บ้าน 4 ตำบล ในเขตอำเภอพบพระ จังหวัดตาก

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง ที่ตั้งหัวงานอยู่หมู่ 10 บ้านใหม่พัฒนา ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยก่อสร้างกั้นลำห้วยแม่ละเมา ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำเมย ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว ตัวเขื่อนมีความกว้าง 10 เมตร ยาว 282 เมตร สูง 75 เมตร มีระดับกักเก็บ +384 เมตร (ร.ท.ก.) สามารถกักเก็บน้ำได้ 87.23 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่ชลประทาน 70,000 ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 20 หมู่บ้าน 5 ตำบล ในเขตอำเภอแม่ระมาดและอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก




สำหรับโครงการเขื่อนทดน้ำโกกโก่อันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้นทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่กาษาได้ขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรตำบลแม่กาษาให้มีน้ำใช้สำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตร ต่อมากรมชลประทานได้ทำการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำโกกโก่ พร้อมระบบส่งน้ำสายหลักแล้วเสร็จในปี 2556 สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกโดยระบบคลองเปิดในฤดูฝนประมาณ 16,800 ไร่ และฤดูแล้งประมาณ 6,100 ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์ 10 หมู่บ้าน 1,650 ครัวเรือน นอกจากนั้นกรมชลประทานยังได้จัดตั้งกลุ่มกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน จำนวน 2 กลุ่ม และจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) เมื่อปี 2558 เพื่อมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี เพาะปลูกพืชได้หลากหลายตามฤดูกาลมากขึ้น

นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการงานสำรวจออกแบบโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตากจำนวน 2 โครงการ จำนวน 2 โครงการ คือ 1) โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน และ 2) โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อรับทราบถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ ตัองใช้งบประมาณหลายพันล้านบาท ถ้าหากดำเนินการผ่านทุกขั้นตอน ก็จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างภายในปี 2571-2572 โดยจะมีระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี จึงจะแล้วเสร็จ

“ทั้ง 2 โครงการจะมีปริมาณน้ำ 164 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความมั่นคงทางน้ำในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ทั้งยังเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 100,000 กว่าไร่ และยังขยายพื้นที่เดิม โดยระบบคลองหรือระบบท่อน้ำ เพื่อให้มีพื้นที่กักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอีก ปัจจุบันน้ำต้นทุนอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ป่าติดกับประเทศพม่า ถ้ามีน้ำเพิ่มขึ้น พื้นที่การเกษตรก็เพิ่มขึ้น มีน้ำอุปโภค บริโภค และรองรับอุตสาหกรรมขนาดเล็กในโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก มีทัศนียภาพที่สวยงาม พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและประเทศชาติอีกด้วย” นายพิเชษฐ กล่าว

นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กรมชลประทาน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลได้ประกาศพื้นที่ 3 อำเภอ 14 ตำบลในอำเภอแม่ระมาดอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ สิ่งแรกที่เป็นปัจจัยสำคัญคือเรื่องน้ำ ดังนั้น กรมชลฯ จึงจำเป็นต้องพัฒนาจัดหาแหล่งน้ำ เพิ่มเติม เพื่อรองรับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ โดยเน้นในด้านการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรม สำหรับแผนงานสำรวจ ออกแบบ ศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการจำเป็นจะต้องมีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ กับประชาชนและทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับโครงการ โดยกรมฯ จะจ่ายค่าชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย ส่วนพื้นที่ที่อยู่บริเวณท้ายน้ำ จะมีการออกแบบเพื่อรองรับแผ่นดินไหว และดำเนินการติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ เมื่อมีอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น ก็จะทำการเปิดพื้นที่ใหม่ สามารถเปิดน้ำได้ 100% ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง จะมีน้ำเต็มอ่าง และจะต้องจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำร่วมกัน เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด



“ในอนาคตถ้ามีแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น ก็สามารถทำการเกษตรได้เต็มพื้นที่ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก มีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น” นายพรมงคล กล่าว

ด้านนายประเทือง คำป้อ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำคลองฝั่งขวา เขื่อนทดน้ำโกกโก่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวด้วยว่า ทางกลุ่มฯ ยินดีที่จะให้การสนับสนุนโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยอุ้มเปี้ยมตอนบน และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ละเมาตอนกลาง เพราะเมื่อมีน้ำแล้ว ทำให้เกษตรกรพึงพอใจทั้งตำบลและอีกหลายๆ ตำบล จะส่งผลดีทำให้น้ำไหลผ่านเข้าเขื่อนทดน้ำโกกโก่อันเนื่องมาจากพระราชดำริก่อนที่จะไหลลงสู่คลองในพื้นที่อำเภอแม่ระมาด ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำใช้สำหรับอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรตลอดทั้งปี ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น สำหรับในอนาคตถ้ามีแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น ก็จะมีการแบ่งปันน้ำให้เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะเกษตรกรที่อยู่บริเวณท้ายน้ำก็จะได้ใช้น้ำอย่างเท่าเทียม โดยจะมีการวางแผนและบริหารจัดการน้ำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และอยากจะให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนการปลูกพืชชนิดอื่นๆ พร้อมทั้งจัดหาตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรให้ด้วย นอกจากนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงซ่อมแซมคลองฝั่งขวาที่เกิดจากปัญหาดินโคลนสไลด์ทับถม ทำให้คลองตื้นเขิน เป็นอุปสรรคต่อการไหลของน้ำ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น