กรมชลฯ จัดปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง ลุ่มน้ำหนองหาร ลุ่มน้ำน้ำพุง และลุ่มน้ำก่ำ จังหวัดสกลนคร นครพนม เสริมความมั่นคงต้นทุนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร เวทีที่ 2





นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้จัดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง ลุ่มน้ำหนองหาร ลุ่มน้ำน้ำพุง และลุ่มน้ำก่ำ จังหวัดสกลนคร นครพนม เวทีที่ 2 วันที่ 17 กันยายน 2568 ณ ห้องยามดี เอ รร.เวลาดี อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลการศึกษาแผนหลักการพัฒนาลุ่มน้ำ รวมทั้งการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อจะนำมาประกอบการจัดทำ หรือปรับปรุงแก้ไขรายงานในขั้นสุดท้ายให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง เนื่องจากพื้นที่ บริเวณลุ่มน้ำก่ำท้ายหนองหาร และพื้นที่ใกล้จุดบรรจบแม่น้ำโขงมีลักษณะภูมิประเทศบางแห่งเป็นที่ลุ่มต่ำ เกิดน้ำท่วมขังได้ง่าย ไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำ อีกทั้งความสามารถในการระบายน้ำของแม่น้ำสายหลักได้แก่ ลุ่มน้ำน้ำพุง และลุ่มน้ำก่ำ บางช่วงแคบ คดเคี้ยวและตื้นเขิน ตลอดจนปัญหาดินตะกอนทรายทับถม ทำให้ระบายน้ำได้น้อย ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำจำนวนมากจากพื้นที่ต้นน้ำได้ และพื้นที่บริเวณท้ายลุ่มน้ำก่ำได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำในแม่น้ำโขง ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำหลากได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดความเสียหายทั้งในเชิงเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน อีกทั้งในช่วงหน้าแล้ง เกษตรกรประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร เนื่องจากมีความต้องการใช้น้ำมากขึ้น ดังนั้น กรมชลประทานจึงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจัดทำโครงการศึกษาความเหมาะสม การบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยมีพื้นที่ศึกษาความเหมาะสมโครงการฯ บริเวณลุ่มน้ำหนองหาร ลุ่มน้ำน้ำพุง ลุ่มน้ำก่ำ จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำน้ำพุงมีพื้นที่ประมาณ 1.02 ล้านไร่ พื้นที่ลุ่มน้ำก่ำมีพื้นที่ประมาณ 1.17 ล้านไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมด 2.19 ล้านไร่ อยู่ในเขตจังหวัดสกลนครและนครพนม




สำหรับแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำหนองหาร ลุ่มน้ำน้ำพุง และลุ่มน้ำก่ำ ประกอบด้วย ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำเดิมอ่างพลวง อำเภอเต่างอย ปรับปรุงพนังกั้นน้ำ แก้มลิงธรรมชาติ แก้มลิงลุ่มต่ำ ขุดลอกลำน้ำน้ำพุง ลำน้ำก่ำ ปรับปรุงก่อสร้างอาคารชลศาสตร์ใหม่น้ำลำน้ำน้ำพุง สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าและระบบกระจายน้ำ ระบบสูบกลับ การเพิ่มระดับเก็บกักน้ำ ปตร.ธรณิศนฤมิต การสร้าง ปตร.ในลำน้ำวัง ระบบสูบกลับ ขุดลอกลำน้ำก่ำและลำน้ำสาขา คลองผันน้ำ 2 สาย การใช้น้ำบาดาลเสริมน้ำผิวดิน จากการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ จึงได้ทำการคัดเลือกกลุ่มโครงการที่ควรดำเนินการเร่งด่วน จำนวน 2 กลุ่มโครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ในพื้นที่อำเภอเต่างอย ประกอบด้วย โครงการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยหวด โครงการพัฒนาระบบอ่างพวง โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านเต่างอย พร้อมขุดลอกลำน้ำน้ำพุง โครงการพัฒนาพื้นที่รับประโยชน์ใหม่ 2 โครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลำน้ำก่ำ ประกอบด้วย โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำลำน้ำก่ำตอนบน ด้านท้าย ปตร.สุรัสวดี-ปตร.บ้านหนองบึง โครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำบ้านหนองบึง ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการฯ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำห้วยหวดจากเดิม 21 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็น 24.4 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกในเขตพื้นที่ชลประทาน เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่รับประโยชน์ ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานของอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับพื้นที่รับประโยชน์เดิมของสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันใช้น้ำจากลำน้ำน้ำพุง ทำให้ผลผลิตในเขตพื้นที่ชลประทานเดิมเพิ่มขึ้น อีกทั้งการมีปริมาณน้ำต้นทุนทึ่มั่นคงยังเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมีทางเลือกในการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีผลตอบแทนสูงและสามารถพัฒนาพื้นที่รับประโยชน์ใหม่ได้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

นายวรวิทย์ พิมนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ลุ่มน้ำก่ำ เป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำจากหนองหาร ในช่วงฤดูฝนจะเกิดปัญหาน้ำหลาก ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมตามแหล่งต่างๆ พอถึงช่วงหน้าแล้งน้ำก็จะแห้ง เกษตรกรมีน้ำใช้ไม่เพียงพอ กรมชลประทานจึงมีแผนพัฒนาลุ่มน้ำโดยการขุดลอกหรือสร้างประตูระบายน้ำ และสูบน้ำจากแม่น้ำโขงมาใช้ ทำให้พี่น้องประชาชน ได้รับประโยชน์ สามารถบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งได้ โดยปีนี้ปริมาณน้ำฝนในจังหวัดนครพนม จะน้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งการประชุมในวันนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ประชาชนจะได้รับข้อมูล ครบถ้วนทุกด้าน เพื่อให้ได้ข้อตกลงร่วมกัน และเดินหน้าจัดทำโครงการให้แล้วเสร็จต่อไป หลังจากนั้นก็จะมีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำร่วมกัน เพื่อให้ระบบการบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

นางอารียา ขันวัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม กล่าวว่า เนื่องจากลำห้วยมีความตื้นเขิน ไม่มีการขุดลอก พอถึงช่วงฤดูฝนก็จะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ ข้าวถูกน้ำท่วมเสียหาย เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวค่อนข้างลำบาก พอถึงช่วงหน้าแล้งก็ขาดแคลนน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก จึงอยากให้กรมชลฯ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งให้มีความเหมาะสม ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ และทำการขุดลอกลำห้วยให้ลึก เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ทำการเกษตรในช่วงหน้าแล้ง

น.ส.บุบผา เล็บสา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านดงติ้ว ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ประสบปัญหาในลำห้วยแห้งขอด ตื้นเขิน มีปริมาณน้ำไม่พอเพียงต่อการทำเกษตรในช่วงหน้าแล้ง ไม่สามารถทำนาได้ จึงหันมาปลูกชนิดอื่นทดแทน โดยใช้น้ำประปาหมู่บ้าน อย่างเช่น พริก มะเขือเทศ ฯลฯ แต่ปริมาณน้ำประปาก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่วนในช่วงฤดูฝน ถ้าปีไหนปริมาณน้ำฝนมาก น้ำก็จะท่วมในพื้นลุ่มต่ำ ไร่นาก็เสียหาย ดังนั้น จึงอยากให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและน้ำท่วม ซึ่งชาวบ้านดีใจที่กรมชลฯ ได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมา เชื่อว่าถ้าโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำก่ำได้อย่างยั่งยืนแน่นอน เกษตรกรสามารถทำนาปีและนาปรังได้ และมีน้ำใช้ตลอดปี ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น