กรมชลฯ จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทาน โครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ



วันอังคารที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 4 (การประชุมปัจฉิมนิเทศ เวทีที่ 1) โครงการศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทาน โครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ โดยมี นายฉัตรดำรงค์ หงษ์บุญมี ผู้อำนวยการส่วนวางโครงการที่ 2 สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เกษตรกร เข้าร่วมประชุม ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบ้านเขว้า อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ


ปัจจุบันโครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการ คาดว่าจะเริ่มเก็บกักน้ำในปี พ.ศ.2569 เพื่อให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงจำเป็นต้องดำเนินการศึกษาเตรียมความพร้อมสำหรับการออกแบบและก่อสร้างระบบส่งน้ำที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบส่งน้ำสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชนได้อย่างทั่วถึง ลดปัญทาภัยแล้งและน้ำท่วม และส่งสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น กรมชลประทานจึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท ปัญญา คอนชัลแตนท์ จำกัด บริษัท โปรเกรส เทคโนโลยี คอนซัลแท็นส์ จำกัด และบริษัท เอ็นพี เอเชีย จำกัด เพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทานอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ ระยะเวลาในการศึกษา 450 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ 26 กันยายน 2568



จากการศึกษาที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ระบบชลประทานที่เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่อ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถกักเก็บน้ำได้ 70.21 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้แก่ พื้นที่ชลประทานตอนบน ประมาณ 75,000 ไร่ประกอบด้วย พื้นที่ตำบลชีบน ตลาดแร้ง โนนแดง บ้านเขว้า และลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า และตำบลซีลอง ตำบลหนองนาแขง และตำบลบ้านบ้านค่าย อำเภอเมืองชัยภูมิ สำหรับพื้นที่ชลประทานตอนล่างเป็นพื้นที่ที่จะขยายระบบชลประทานต่อเนื่องจากพื้นที่ชลประทานตอนบน เมื่อมีการพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มเติมบริเวณตอนบนของลุ่มน้ำ เช่น โครงการอ่างเก็บน้ำชีบน เป็นต้น ซึ่งเป็นแผนระยะยาวของกรมชลประทาน และเพื่อเป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ในระยะสั้น และระยะกลาง จึงเสนอโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ชลประทานตอนล่าง จำนวน 37 โครงการ ส่วนพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำลำชีเป็นพื้นที่ชลประทานเดิม รับน้ำจากประตูระบายน้ำพระอาจารย์จื่อ สภาพพื้นที่ค่อนข้างสูงกว่าระดับน้ำด้านท้ายอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี ไม่สามามารถส่งน้ำด้วยระบบแรงโน้มถ่วงจากอ่างเก็บน้ำล้ำน้ำชีได้ จึงเสนอเป็นระบบส่งน้ำเพื่อชลประทานด้วยระบบสูบโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน

ซึ่งกรมชลประทานได้ตระหนักถึงความสำคัญการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากโครงการ จึงได้จัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากโครงการไปแล้ว 3 ครั้ง จำนวน 18 เวที โดยเป็นการประชุมปฐมนิเทศ 2 เวที เมื่อวันที่ 27-28 สิงหาคม 2568 มีผู้เข้าร่วมประชุม 318 คน การประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11-14 มีนาคม 2568 มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น จำนวน 471 คน และการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25-27 มิถุนายน 2568 มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น จำนาน 1,141 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และตัวแทนประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ และอำเภอบ้านเขว้า



สำหรับวันนี้เป็นการประชุมปัจฉิมนิเทศ เวทีที่ 1 ในระดับพื้นที่ของอำเภอบ้านเขว้า และอำเภอจัตุรัส มีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 100 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 สรุปผลการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและประเด็นสำคัญของโครงการ รวมทั้งรับฟังข้อมูลสภาพปัญหาในปัจจุบัน ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสม ครบถ้วนสมบูรณ์ สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ทั้งนี้ หากโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2569 จะช่วยส่งน้ำตามลำน้ำชี เพื่อสนับสนุนสถานีสูบน้ำตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อน ในเขตจังหวัดชัยภูมิ จนถึงจุดบรรจบลำน้ำพอง ในเขตจังหวัดขอนแก่น พื้นที่รับประโยชน์ในฤดูฝนประมาณ 75,000 ไร่ ฤดูแล้ง 30,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภคบริโภคของราษฎรในพื้นที่โครงการ จำนวน 3 อำเภอ 6 ตำบล 63 หมู่บ้าน 7,556 ครัวเรือน สามารถช่วยบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ เป็นแหล่งน้ำสนับสนุนการทำประมงน้ำจืดอึกด้วย

นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า พื้นที่การเกษตรของจังหวัดชัยภูมิประมาณ 3 ล้านไร่เศษ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน ทำการเกษตรโดยอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว จึงประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร ทำให้ได้ผลผลิตไม่ดีนัก การสร้างระบบชลประทานต่างๆ หรือการสร้างอ่างเก็บน้ำในจังหวัดชัยภูมิมีทั้งหมด 5 แห่ง ซึ่งปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 2 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 3 แห่ง ซึ่งเชื่อว่าเมื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้ง 5 แห่งแล้วเสร็จ ก็จะมีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น มีระบบกระจายน้ำอย่างทั่วถึง เกษตรกรมีความมั่นใจในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่าง ทั้งในเขตเมืองและในพื้นที่การเกษตร ในขณะเดียวกันพอถึงช่วงหน้าแล้งก็ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ เกษตรกรไม่สามารถทำการเกษตรได้ ก็คาดหวังว่าถ้ามีอ่างเก็บน้ำจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งได้ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการปรับปรุงสภาพพื้นที่ให้มีความเหมาะสมกับการทำเกษตรมากขึ้น สามารถปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพิ่มมูลค่าสูงขึ้น ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตข้าวหรือพืชอื่นๆ เปฺ็นที่ต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า การประชุมปัจฉิมนิเทศ เวทีที่ 1 โครงการศึกษาความเหมาะสมระบบชลประทาน โครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดชัยภูมิ ได้เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน คาดว่าโครงการดังกล่าวจะดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์และพร้อมใช้งานในปี 2569




“ด้วยสำนึกพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานโครงการพระราชดำริให้กับราษฎรในจังหวัดชัยภูมิ โดยจะจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำและพัฒนาให้มีความเข้มแข็ง ร่วมกันบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพ และกระจายน้ำอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อเสริมสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น” ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าว