เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ที่โรงแรมทราเวลลอดจ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.อ.สิทธิชัย มากกุญชร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) ครั้งที่ 4 โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตามตรวจสอบและประเมินผลตามนโยบาย กสทช. ที่สำคัญในด้านการคุ้ม ครองผู้บริโภค มี รศ.ดร.ดวงสมร รุ่งสวรรค์โพธิ์ หัวหน้าโครงการฯ พร้อมนักวิชาการ หน่วยงานราชการ เครือข่ายภาคีภาคประชาชนและเอกชน พร้อมสื่อมวลชน เข้าร่วมกว่า 50 คน โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

ทั้งนี้ในการประชุมดังกล่าว ได้มีการเสวนาและระดมสมองความคิดเห็น ในเรื่องการศึกษาผลกระทบเชิงนโบยาย การศึกษาผลกระสทบต่อภัยอาชญากรรมเทคโนโลยีและการศึกษาผลกระทบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย พร้อมนำเสนอปัญหาที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภค และแนวทางแก้ไขดังกล่าวตามลำดับ
ในที่ประชุม ได้เสนอปัญหาการควบรวมกิจการของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือและสัญญานอินเทอร์เน็ท ที่เหลือบริการเพียง 2 ราย ทำให้ผู้บริโภคได้รับการบริการที่จำกัดและมีเงื่อนไข รวมถึงการตรวจสอบการให้บริการในเครือข่ายดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบด้านคุณภาพบริการและค่าบริการไม่เป็นธรรม เนื่องจากผู้ประกอบการน้อยลง กระทบต่อการจ้างพนักงานบริการ และคุณภาพบริการดังกล่าว
นอกจากนี้ในที่ประชุม ยังฉายภาพผลกระทบภัยอาชญากรรมเทคโนโลยี มีการกว๊านซื้อซิมมือถือกว่า 400,000-500,000 ซิม ของแก๊สคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกลวงประชาชน มีการตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงอยากให้มีมาตราการควบคุมและป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเยาวชนคนรุ่นใหม่ด้วย
ส่วนผลกระทบการตั้งสถานีสัญ ญาณมือถือ ที่เป็นคลื่นวิทยุนั้นหลายฝ่ายมีความกังวลผลกระทบด้านสุขภาพ เพราะอาจจะกระทบคลื่นสมองนั้น ขอให้ทำความเข้าใจกับชุมชนในเรื่องความปลอดภัยและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ซึ่งทาง กสทช. ได้ชี้แจงว่าไม่มีคลื่นวิทยุกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างใด และมีความปลอดภัยสูง
ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ ได้นำเสนอว่าไม่มีคลื่นสัญญานโทรศัพท์บนพื้นที่สูง หรือห่างไกล รวมทั้งตะเข็บชายแดน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับบริการอย่างทั่วถึง เป็นอุปสรรคการพัฒนาคุณภาพชีวิตทำให้มีข้อจำกัดต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วย
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้มีบริการแก่ผู้พิการที่บกพร่องด้านสายตาและการได้ยิน ในราคาถูกหรือมีโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อขยายและต่อยอดการบริการ ควบคู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต และอบรมให้ความรู้ ประชาชน ผู้สูงอายุ เยาวชนให้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมมิจชาชีพ โดยเฉพาะแอฟเงินกู้ที่ผิดกฏหมายหลอกลงทุน และหลอกโอนเงินเพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้ กสทช.ได้แนะนำว่าอย่าโอน และไม่ให้นำเงินออกจากกระเป๋าอย่างเด็ดขาด พร้อมบล็อคเบอร์ และอย่ารับสายดังกล่าวอีก
