ปทุมธานี วัดพระธรรมกายมอบน้ำอีเอ็ม1,000ลิตรด้านนายกคลองสามวอนชลประทานปล่อยน้ำดีคลองระพีพัฒน์ไล่น้ำเสียและเตือนผู้สวมสิทธิ์น้ำท่วมอย่าหาทำ

วันที่ 20 ตุลาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โรงหมักจุลินทรีย์วัดพระธรรมกาย ม.10 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มอบหมายให้ พระมหานพพร ปุญญฺชโย ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา ผู้แทนคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้ดำเนินการมอบน้ำหมักจุลินทรีย์ อีเอ็ม จำนวน 1000 ลิตรมอบให้กับ กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.คลองสาม โดยมี ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกอบต.คลอลงสาม รับมอบน้ำอีเอ็มเพื่อนำไป บำบัดน้ำเน่าเสียภายในคลองชลประทานที่สามที่เน่าเสียอยู่ในขณะนี้

พระมหานพพร ปุญญฺชโย ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กล่าวว่าวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายมีความตั้งใจร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคุณภาพน้ำในคลอง 3 ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ประชาชนในพื้นที่ใช้ร่วมกัน โดยหวังว่าการนำจุลินทรีย์ปรับปรุงคุณภาพน้ำมาใช้จะช่วยลดปัญหาน้ำเสื่อมคุณภาพ กลิ่นไม่พึงประสงค์ และผลกระทบต่อสัตว์น้ำและประชาชน ซึ่งจุลินทรีย์ที่นำมาสนับสนุนผ่านการหมักและทดลองใช้งานจริงมาแล้ว โดยคาดว่าจะช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด “บวร” หรือบ้าน วัด และราชการ ที่มุ่งเน้นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสำหรับการสนับสนุนครั้งนี้ มีการขนส่งจุลินทรีย์ด้วยรถน้ำและถังบรรจุ รวมปริมาณประมาณ 1,000 ลิตร โดยปริมาณน้ำที่สามารถปรับปรุงคุณภาพได้จะต้องประเมินตามสภาพพื้นที่และความเหมาะสมในการใช้งาน

ด้าน ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลคลองสาม ปัจจุบันระดับน้ำลดลงอย่างมาก และสภาพอากาศที่ฝนหยุดตกช่วยให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ยังพบปัญหาคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมและมีสีดำหลังน้ำลด จึงได้เร่งนำ EM มาใช้บำบัดน้ำเบื้องต้น เพื่อช่วยลดความเน่าเสียและกลิ่นเหม็นในคลองต่าง ๆ โดยทางวัดพระธรรมกายที่สนับสนุน EM ให้แก่พื้นที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อนำไปฉีดพ่นในบริเวณคลองที่ได้รับผลกระทบ โดยการดำเนินการดังกล่าวช่วยบรรเทาปัญหาคุณภาพน้ำในเบื้องต้นนอกจากนี้ อบต.คลองสามยังประสานงานกับกรมชลประทาน เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการระบายน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์เข้าสู่คลองสาม เพื่อเติมน้ำที่มีคุณภาพดีและช่วยเจือจางน้ำเสียที่ยังตกค้างในพื้นที่เพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำมีความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมรับเทศกาลลอยกระทงที่กำลังจะมาถึงนี้

สำหรับความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับเงินเยียวยาจากภาครัฐ นั้นปัจจุบันมีประชาชนส่งข้อมูลเพื่อขอรับเงินเยียวยาแล้วกว่า 20,000 ราย จากจำนวนประชากรประมาณ 90,000 คน และมีครัวเรือนประมาณ 30,000 ครัวเรือน ซึ่งถือว่าจำนวนผู้ยื่นเรื่องใกล้ครบตามเป้าหมายแล้ว อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสิทธิ์ยังพบปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะกรณีการสวมสิทธิ์ผู้อื่นเพื่อขอรับเงินเยียวยา รวมถึงกรณีบ้านไม่มีเลขที่ ซึ่งทำให้คณะกรรมการตรวจสอบต้องพิจารณารายละเอียดและหลักฐานอย่างรอบคอบ โดยการขอรับเงินต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และต้องตรวจสอบได้ว่ามีผู้พักอาศัยอยู่จริงและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

อีกทั้งยังมีบางกรณีที่บุคคลซึ่งไม่ได้พักอาศัยอยู่ในพื้นที่จริง แต่ใช้ข้อมูลที่อยู่ตามทะเบียนบ้านหรือบัตรประชาชนมายื่นขอรับเงินเยียวยา ส่งผลให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านและได้รับความเดือดร้อนจริงอาจเสียสิทธิ์ โดยขณะนี้มีหลายกรณีที่มีการร้องเรียนและดำเนินการแจ้งความแล้ว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนอย่าแสวงหาประโยชน์จากเงินเยียวยาที่รัฐบาลตั้งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านแต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่จริง อาจมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนความเสียหายของบ้านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยทาง อบต.จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ขณะที่ผู้พักอาศัยจริง ไม่ว่าจะเป็นบ้านมีเลขที่หรือไม่มีเลขที่ รวมถึงบ้านเช่า ควรได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับความคืบหน้าด้านงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หากได้รับอนุมัติ จะช่วยให้ประชาชนที่ส่งเอกสารผ่านอำเภอและจังหวัด และอยู่ระหว่างรอรับเงินเยียวยา มีโอกาสได้รับเงินตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งประชาชนที่กำลังรอเงินจากจังหวัดนั้น ส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว โดยหวังว่ารัฐบาลจะอนุมัติงบเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติส่วนการยื่นเอกสารด้วยตนเองที่ อบต.คลองสาม ขณะนี้ได้ปิดรับแบบ Walk-in เป็นการชั่วคราว เพื่อเร่งตรวจสอบและจัดการเอกสารให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังสามารถยื่นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐได้ตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบสถานะและหลักฐาน หากพบข้อมูลที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมจะดำเนินการตรวจสอบ และติดต่อประชาชนในกรณีที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงได้รับเงินเยียวยาตามสิทธิ์