วันที่ 10 ตุลาคม 69 ข่าวรายงานว่าทิ้งสำนักงาน อบต.คลองสี่ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บรรยากาศการลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 ในพื้นที่ ต.คลองสี่ เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากต่างทยอยเดินทางมาขอรับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตรงกับวันเสาร์และ วันอาทิตย์ ภายหลังรัฐบาลเปิดให้ผู้ประสบภัยใน 65 จังหวัดและกรุงเทพฯ ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” หรือยื่นเรื่องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรับเงินเยียวยาเหมาจ่าย 9,000 บาทและ 5,000 บาทตามลำดับความเดือดร้อนในแต่ละบ้าน โดยมี นางประเทือง วงษ์แจ้ง นายก อบต.คลองสี่ นางสาวศกลวรรณ วงษ์แจ้ง รองนายก อบต.คลองสี่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ค่อยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำแก่ ประชาชนและผู้สูงอายุที่ยังสับสนในการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาในครั้งนี้

ในขณะที่ทางอบต.คลองสี่ ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงไว้จำนวน 2 แห่ง เพื่อรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยหนึ่งในศูนย์พักพิงจัดไว้สำหรับดูแลผู้ป่วยติดเตียงโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการรวม 5 รายได้ได้และมีการได้จัดอาสาสมัครบริบาลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีอาสาสมัครเวรละ 3 คน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมกับได้เร่งสูบน้ำที่เน่าเสียในคลองชลประทานที่สี่ระบายออกสู่ของรพีพัฒน์อย่างเร่งด่วนเนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบจากกลิ่นและโรคภัยที่มาจากน้ำเน่าแล้ว
นายถนอม สุธิประภา อายุ 42 ปี ผู้เช่าบ้านในเคหะชุมชนคลองสี่ หมู่ 2 ตำบลคลองสี่ กล่าวว่าการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ว่า ขั้นตอนการลงทะเบียนไม่ยุ่งยาก เนื่องจากมีคำแนะนำที่เข้าใจง่าย แต่ยังต้องนำเอกสารเพิ่มเติมไปประกอบการลงทะเบียนตามขั้นตอนที่กำหนด สำหรับเงินเยียวยาที่จะได้รับนั้น ตนไม่ได้คาดหวังจำนวนเงินมากนัก ขอเพียงได้รับความช่วยเหลือบางส่วนก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะสามารถนำไปช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมได้ ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 วัน โดยน้ำยังระบายออกไม่หมด โดยเฉพาะบริเวณด้านหลังบ้านที่ยังคงมีน้ำท่วมขังและต้องเร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาตนเองได้รับผลกระทบด้านการทำงาน โดยต้องหยุดงานประมาณ 3-4 วัน เนื่องจากฝนตกและสภาพการจราจรไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทาง อย่างไรก็ตาม เมื่อจำเป็นต้องออกไปทำงานก็ต้องเดินลุยน้ำเพื่อเดินทางไปทำงานตามปกติ โดยหวังว่าเงินเยียวยาที่ได้รับจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมได้บ้าง

ด้านนางสาวมะลิสา ภูกาสอน อายุ 51 ปี ผู้เช่าบ้านในซอย 7 ตะวันตก หมู่ 1 ตำบลคลองสี่ กล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า แม้น้ำจะไม่ได้ไหลเข้าภายในตัวบ้าน แต่มีน้ำท่วมขังบริเวณโดยรอบและทางเข้าออกบ้าน ส่งผลให้การเดินทางและการออกไปประกอบอาชีพเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมถ่ายภาพประกอบตามขั้นตอน และยื่นเอกสารเพิ่มเติมในฐานะผู้เช่าบ้านเพื่อประกอบการพิจารณาสิทธิ์ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น พบว่ารถจักรยานยนต์บางคันได้รับผลกระทบจากน้ำบริเวณทางเข้าออกบ้าน ทำให้เครื่องยนต์ดับและต้องตรวจสอบหรือซ่อมแซม อย่างไรก็ตาม ความเสียหายยังไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากน้ำไม่ได้ไหลเข้าภายในตัวบ้าน ทั้งนี้หากได้รับเงินเยียวยา จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง แม้เงินช่วยเหลืออาจไม่มากนัก แต่ก็ยังมีส่วนช่วยให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะอุปสรรคในการเดินทางออกไปประกอบอาชีพในชีวิตประจำวัน
ส่วนทางด้านนายสนิท หางนาค อายุ 78 ปี ผู้พักอาศัยในเคหะชุมชนคลองสี่ กล่าวว่าที่บ้านของตนน้ำท่วมบ้านสูงเกือบถึงหัวเข่า ทำให้ไม่สามารถพักอาศัยอยู่ภายในบ้านได้ตามปกติ อีกทั้งทรัพย์สินภายในบ้าน เช่น ตู้เสื้อผ้า ยังได้รับความเสียหาย โดยน้ำส่วนหนึ่งไหลมาจากพื้นที่นาโดยรอบ สนายสนิทกล่าวว่า ส่งผลให้การเดินทางเข้าออกบ้านเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งปัจจุบันตนเองต้องพาภรรยาเดินทางไปล้างแผลทุกวัน และจำเป็นต้องใช้รถฉุกเฉินมารับถึงบ้าน ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับความลำบากในการออกไปซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง สภาพน้ำท่วมขังยังเพิ่มความเสี่ยงในการเดินทาง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุที่อาจลื่นล้มได้ สส่วนการลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายจากอุทกภัยนั้น ลูกสาวของตนเป็นผู้ดำเนินการให้ พร้อมยอมรับว่าเงินช่วยเหลือจากภาครัฐจะได้รับมากน้อยเพียงใดก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยไม่สามารถคาดหวังความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องช่วยเหลือตนเองตามกำลังที่มี ทั้งนี้ เหตุการณ์น้ำท่วมไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและที่อยู่อาศัย แต่ยังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุและครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านการเดินทาง การเข้าถึงอาหาร และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ทางด้านนางประเทือง วงษ์แจ้ง นายก อบต.คลองสี่ กล่าวว่าการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลคลองสี่นั้นขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 3,000 ราย โดยองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ยังคงเปิดรับลงทะเบียนและให้บริการประชาชนทุกวัน แม้ในวันหยุดจะมีประชาชนเดินทางมาติดต่อเพิ่มขึ้นกว่าวันราชการก็ตามในส่วนการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะได้ 3 สี ได้แก่ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง โดยผู้ที่มีสถานะสีเขียวถือว่าเอกสารครบถ้วนและข้อมูลตรงตามที่ระบบกำหนด ไม่จำเป็นต้องนำเอกสารมาติดต่อที่ อบต.เพิ่มเติม ส่วนผู้ที่มีสถานะสีเหลืองอาจมีเอกสารไม่ครบถ้วน เช่น ไม่มีสัญญาเช่า ขณะที่สถานะสีแดงอาจเกิดจากการลงทะเบียนซ้ำภายในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งจำเป็นต้องมาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไขข้อมูลและยืนยันผู้มีสิทธิลงทะเบียน
ทั้งนี้ประชาชนที่ไม่สามารถลงทะเบียนผ่านระบบได้ หรือมีสถานะสีเหลืองและสีแดง สามารถเดินทางมาติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ เพื่อขอคำแนะนำและให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการได้ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โดยทาง อบต.ได้ประสานผู้นำชุมชนลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และช่วยตรวจสอบข้อมูลประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำหนดวันสิ้นสุดการลงทะเบียนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศกำหนดวันหมดเขตอย่างเป็นทางการจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย อบต.คลองสี่ยังคงรับเรื่องจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลคลองสี่ นางประเทืองระบุว่า แม้บางจุดระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ยังมีหลายพื้นที่ที่น้ำยังไม่แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง แนวทางหลักในการแก้ไขปัญหาขณะนี้ คือการใช้เครื่องสูบน้ำระบายออกจากพื้นที่ชุมชนลงสู่คลองระบายน้ำ โดยมีคลองรังสิตเป็นเส้นทางระบายน้ำหลัก พร้อมเตรียมใช้ EM Ball และน้ำ EM เพื่อช่วยดูแลสภาพแวดล้อมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำในจุดลุ่มต่ำ เพื่อเร่งให้น้ำลดระดับลงและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ตำบลคลองสี่มีจำนวนครัวเรือนตามทะเบียนราษฎรกว่า 10,000 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แท้จริงยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน เนื่องจากบางพื้นที่มีห้องเช่าหรือที่พักอาศัยหลายห้องอยู่ในอาคารเดียวกัน
