กรมส่งเสริมสหกรณ์ขับเคลื่อนโครงการศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ผนึกบริษัท ขนส่ง จำกัด ชุมนุมสหกรณ์เกษตรแห่งประเทศไทยและชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทย คิกออฟนำร่องขนลองกองอุตรดิตถ์กว่า 600 กิโลกรัม กระจายสู่ผู้บริโภคเมืองกรุง ช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ตั้งเป้าเกษตรกรอยู่ดีกินดี

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ ศูนย์กระจายสินค้า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. (BKS) นายศิริชัย ออสุวรรณ ประธานกรรมการดำเนินงานชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (ชสท.) จำกัด และผู้แทนชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทยร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการเชื่อมเครือข่ายโลจิสติกส์ขนส่งผลผลิตลองกอง ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นขื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์สู่ผู้บริโภคในเขต กทม. กว่า 600 กิโลกรัม โดยการขนส่งลองกองครั้งนี้เป็นการร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) สหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตจากต้นทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด ซึ่งจะรับผิดชอบด้านโลจิสติกส์ขนส่งผลผลิต และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด ชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัด จะกระจายผลผลิตลองกองถึงมือผู้บริโภค


นายณฤทธิ์ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด ในการกระจายผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์การเกษตรสู่ผู้บริโภค ภายใต้โครงการศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์เชื่อมสินค้าเกษตร สู่เครือข่าย บขส.ทั่วไทย โดยนำร่องจากผลผลิตลองกอง จ.อุตรดิตถ์ สู่ปลายทางที่กรุงเทพฯ และจะขยายผลนำโมเดลนี้ไปปรับใช้กับผลผลิตสินค้าเกษตรอื่น ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการขนส่งสินค้าเกษตรจากสหกรณ์ต้นทางไปสู่เครือข่ายสหกรณ์และศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ (CDC) ทั่วประเทศ
“กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกหลังจากกรมฯ ได้ลงนาม MOU กับทาง บขส.โดยทดลองกระจายลองกองมาลงที่กรุงเทพฯ ก่อนเพื่อดูว่าจะมีปัญหาข้อบกพร่องตรงส่วนใดหรือไม่ จากนั้นก็นำไปปรับปรุงและจะใช้ระบบขนส่งของ บขส.เป็นช่องทางในการกระจายสินค้าจากแหล่งผลิตต้นทางไปสู่ผู้บริโภคทั่วไทยตามความต้องการของลูกค้าต่อไป” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผย

นายณฤทธิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการขนส่งผลผลิตลองกองจากศูนย์ CDC ของสหกรณ์การเกษตรเมืองลับแล จำกัด อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ครั้งนี้มีจำนวน 600 กิโลกรัม หรือจำนวน 200 ลัง ๆ ละ 3 กิโลกรัม ราคาลังละ 125 บาท เพื่อมาส่งถึงมือผู้บริโภคในกรุงเทพฯ โดยชุนมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด และชุมนุมร้านสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัด ทำหน้าที่ในการรับออเดอร์และกระจายลองกองให้กับเครือข่ายสหกรณ์ในกรุงเทพฯ

“คิกออฟการกระจายผลผลิตการเกษตรของสหกรณ์ครั้งแรก เราเริ่มที่ลองกองจากอุตรดิตถ์ ก่อนจะไปสู่ผลไม้ชนิดอื่น ๆ ต่อไป จากนั้นจะต่อยอดไปสู่สินค้าสหกรณ์อีกหลากหลายในอนาคต ปัญหาการกระจายผลผลิตและสินค้าการเกษตรในปัจจุบันที่ช้าไม่ทันการ โดยเฉพาะผลไม้เน่าเสียและช้ำง่าย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาด้านโลจิสติกส์ ถ้าระบบขนส่งมีความพร้อม การเร่งกระจายผลผลิตจากแหล่งผลิตจะทำได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูผลผลิตที่ออกมาพร้อมกันในปริมาณมาก” นายณฤทธิ์ กล่าว

ด้านนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) กล่าวด้วยว่า การส่งลองกองจาก จ.อุตรดิตถ์ มาที่กรุงเทพฯ ผ่านบริการรับส่งพัสดุภัณฑ์ของ BKS ด้วยรถโดยสารเส้นทางอุตรดิตถ์- กรุงเทพฯ เป็นเส้นทางแรก เนื่องจากเส้นทางนำร่องอุตรดิตถ์ มีรถโดยสารให้บริการ 2 เส้นทาง กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ 2 เที่ยวต่อวัน และกรุงเทพ-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ 1 เที่ยวต่อวัน สามารถเชื่อมต่อจากแหล่งรวบรวมสินค้าเกษตรในพื้นที่เข้าสู่จุดขึ้นรถหลัก เพื่อส่งเข้ากรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก เกิดการกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค ช่วยเพิ่มช่องทางการขนส่งและลดภาระต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้แก่เกษตรกร

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ หวังว่าความร่วมมือดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกลไกในการช่วยเกษตรกรเพิ่มช่องทางการตลาด กระจายผลผลิตได้รวดเร็วขึ้น และสร้างโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ เนื่องจากปัจจุบันรถโดยสารของ BKS ให้บริการครอบคลุม 60 เส้นทางทั่วประเทศ จำนวน 212 เที่ยวต่อวัน โดยรถโดยสาร 1 คัน มีพื้นที่จัดเก็บใต้ท้องรถ 2 ช่องสัมภาระ สามารถรองรับพัสดุผลไม้สูงสุด 400 กิโลกรัม

ขณะที่นายศิริชัย ออสุวรรณ ประธานกรรมการดำเนินงานชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย (ชสท.) จำกัด กล่าวเสริมว่า ทางชุมนุมฯ รับผิดชอบด้านการตลาด การกระจายสินค้าในเขตกรุงเทพมหานครและในเขตปริมณฑล ซึ่งเราจะรับสินค้าสหกรณ์ต้นทางที่เป็นผู้ผลิต โดยใช้ช่องทางขนส่งต่าง ๆ หลายช่องทาง ในวันนี้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายกับ BKS ซึ่งก็เป็นนิมิตหมายอันดีที่จะทำให้เราเกิดความมั่นใจในเรื่องการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐาน และก็ทำให้ต้นทุนต่ำลงด้วย ซึ่งช่องทางการตลาดของเราในปัจจุบันคือวิธีการสั่งจองล่วงหน้าทั้งหมด 100% และมีช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ทั้ง Facebook Fanpage ,Website, Line ของ ชสท. และแอปพลิเคชัน Co-op Click ถือว่าการจัดงานในวันนี้จะเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้บริโภค
