ปทุมธานี ชาวบ้านลาดสวายกว่า 200 คนฮือประท้วงบุกกดดันเจ้าหน้าที่ให้เปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์เพิ่มขึ้น

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาของวันที่ 2 ตุลาคม 69 รายงานว่าที่ประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ตั้งอยู่ติดกับเขตเชื่อมต่อ เขตสายไหม กทม. กับ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้มีชาวบ้าน ต.ลาดสวายและ พื้นที่ใกล้เคียง กว่า 200 คน บุกประท้วงกดดันให้ทางกรมชลประทานเปิดประตูน้ำคลองพระยาสุเรนทร์เพิ่มขึ้นหลังจากชาวบ้านลำลูกกาและพื้นที่ใกล้เคียงและได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์น้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน โดยมี นายอาสา สุขขัง ผอ.สำนักงานระบบควบคุมน้ำ สำนักการระบายน้ำ กทม. เจรจากับ นายวินัย สังย์วาลเงิน นายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย ซึ่งเป็นเป็นตัวแทนชาวบ้าน ต.ลาดสวาย มาพูดคุยเพื่อเจรจาขอให้ทางฝั่ง กทม. ให้ดำเนินการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ เพิ่มอีก 20 เซนติเมตร

ในขณะที่บรรยากาศหน้าประตูน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา นำแผงเหล็กกั้นมาปิดกั้นบริเวณโดยรอบประตูคลองระบายน้ำพระยาสุเรนทร์เนื่องจากหวั่นเกรงว่าชาวบ้านฝั่งสายไหมและฝั่งลำลูกกาจะมีการกระทบกระทั่งกัน เนื่องจากมีรายงานข่าวว่าทางชาวบ้านฝั่งสายไหมกำลังรวมตัวเพื่อมาที่บริเวณจุดเกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าภายหลังจากการเจรจาของทั้งสองฝั่งที่มีมีการเจรจาและพูดคุยกันนานกว่า 2 ชั่วโมงทาง ฝั่งกทม. ได้มีข้อตกลงยุติในการเรียกร้องของชาวบ้านและได้มีการดำเนินการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์เพิ่มขึ้นอีก 20 เซนติเมตร ตามคำร้องขอทำให้ชาวบ้านทั้งหมดร้องเฮย์ด้วยความดีใจ และได้แยกย้ายกันกลับบ้านในที่สุด

ด้านนายวินัย สังวาลย์เงิน นายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย กล่าวว่าวันนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานขอความร่วมมือจากสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อขอเพิ่มระดับการเปิดทางระบายน้ำ เนื่องจากระดับน้ำในพื้นที่มีความแตกต่างกันพอสมควร หวังช่วยเร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเบื้องต้นต้องติดตามผลหลังจากปรับการเปิดทางระบายน้ำ ว่าสามารถช่วยให้ระดับน้ำลดลงได้มากน้อยเพียงใด โดยจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ลำลูกกาปัจจุบันได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เนื่องจากพื้นที่มีทั้งภาคเกษตร ชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น รวมถึงโครงการบ้านจัดสรร ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั่วทั้งพื้นที่ โดยปัญหาน้ำขังเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวัน หลังจากมีมรสุมและพายุเข้าพื้นที่ อีกทั้งการระบายน้ำในพื้นที่มีทั้งการสูบน้ำออกและการระบายตามธรรมชาติ โดยในจุดที่สามารถระบายได้เองผ่านการเปิดทางระบายน้ำ จึงอยากขอความร่วมมือให้เปิดทางระบายน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยลดปริมาณการใช้เครื่องสูบน้ำ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน และไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำในจุดที่สามารถระบายออกได้เอง พร้อมระบุว่า หากสามารถเปิดทางระบายน้ำได้มากกว่านี้ก็จะช่วยสถานการณ์ได้ แต่จำเป็นต้องทดลองเปิดในระดับที่เหมาะสมก่อน เพื่อดูว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงหรือไม่ ทั้งนี้ จะมีการติดตามสถานการณ์เป็นระยะ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องอีกทั้งการบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องคำนึงถึงประชาชนทั้งสองฝั่ง ไม่ควรกั้นหรือควบคุมทางน้ำจนทำให้พื้นที่ข้างเคียงได้รับความเดือดร้อน

ส่วนทางด้าน นายอาสา สุขขัง ผู้อำนวยการสำนักงานระบบควบคุมน้ำ สำนักการระบายน้ำ เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบายน้ำว่า ขณะนี้น้ำที่ไหลลงมาอาจเข้าพื้นที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก และถนนคู้บอน โดยชุมชนในพื้นที่ด้านล่างยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำ เบื้องต้นน้ำจะไหลตาม คลองพระยาสุเรนทร์ ต่อเนื่องไปยังคลองตาแฟง และลงสู่คลองแสนแสบ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในคลองแสนแสบค่อนข้างต่ำ ทำให้น้ำสามารถไหลต่อไปยังพื้นที่ด้านล่างได้ สำนักการระบายน้ำจะพยายามเร่งระบายน้ำลงพื้นที่ด้านล่าง แต่จะติดตามผลกระทบต่อชุมชนควบคู่กัน โดยจะประเมินสถานการณ์ในช่วง 6 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องเพิ่มการเปิดทางระบายน้ำหรือไม่ เนื่องจากยังมีชุมชนในพื้นที่ด้านล่างที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ อีกทั้งขณะนี้จะไม่ปิดการระบายน้ำ แต่จะพยายามเร่งระบายน้ำลงด้านล่าง พร้อมประสานสำนักงานเขตให้เข้าดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังผ่านไปประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อดูว่าสถานการณ์น้ำส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ มากน้อยเพียงใด