ปทุมธานี ลุงๆป้าๆชื่นใจไม่ลำบากแล้วหลังโรงพยาบาลเมืองท่าโขลงใกล้เสร็จ

วันที่ 26 สิงหาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์เรียนรู้เทศบาลเมืองท่าโขลง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองท่าโขลง พร้อมด้วย สมาชิกสภาเทศบาลฯนำผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลงกว่า 100 คนเยี่ยมชมการก่อสร้างโรงพยาบาลท่าโขลง ซึ่งตั้งอยู่ภายใน ศูนย์เรียนรู้เทศบาลเมืองท่าโขลงที่ใกล้ก่อสร้างแล้วเสร็จในอีกไม่นานที่จะถึงนี้

นายสุเทพ วงษ์แจ้ง นายกเทศมนตรีเมืองท่าโขลง เปิดเผยถึงโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลเทศบาลเมืองท่าโขลงว่า มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ หลังชาวท่าโขลงจำนวนมากต้องเดินทางไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่คลองหก สามโคก และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งสร้างความยากลำบากและใช้เวลานาน ซึ่งปัจจุบันประชาชนที่ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ต้องออกจากบ้านตั้งแต่ช่วงตี 3 เพื่อไปจองคิวตรวจรักษา และกว่าจะเดินทางกลับถึงบ้านก็เป็นช่วงบ่าย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะบทเรียนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงสถานบริการทางการแพทย์

เทศบาลจึงต่อยอดจากการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในช่วงโควิด มาสู่การพัฒนาโรงพยาบาลประจำเทศบาล เพื่อดูแลประชาชนอย่างครบวงจร ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูผู้ป่วย และการรักษาพยาบาลโดยโรงพยาบาลเทศบาลเมืองท่าโขลงจะตั้งอยู่บริเวณศูนย์การเรียนรู้เมืองท่าโขลง มีศักยภาพรองรับผู้ป่วยในจำนวน 59 เตียง พร้อมห้องพักผู้ป่วยทั่วไปและห้อง VIP รวมถึงห้องผ่าตัดขนาดใหญ่ 3 ห้อง ห้องคลอดและดูแลทารกแรกเกิด ห้องทันตกรรม ห้องเอกซเรย์ และแผนกฉุกเฉินเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เทศบาลตั้งเป้ารองรับผู้ป่วยนอกประมาณวันละ 500 คน และจะประเมินความต้องการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง หากจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ก็มีแผนขยายขีดความสามารถของโรงพยาบาลจาก 59 เตียง เป็น 100, 150 และ 200 เตียงในอนาคต

ด้านนางทองเหนียม ภาคีผล อายุ 70 ปี ชาวชุมชนหมื่นดำ หมู่ 12 ตำบลคลองหนึ่ง ได้สะท้อนปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนและผู้สูงอายุ ก่อนมีโรงพยาบาลท่าโขลง พร้อมแสดงความพึงพอใจต่ออาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงพยาบาลแห่งใหม่ ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมา การเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น โรงพยาบาลสามโคก และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เป็นเรื่องยากลำบาก โดยต้องตื่นตั้งแต่เวลา 04.00–05.00 น. เพื่อไปรับบัตรคิว และกว่าจะได้รับการตรวจรักษาและรับยา มักใช้เวลาจนถึงช่วงบ่ายหรือเย็น เนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนมาก วันละประมาณ 200–300 คน“ผู้สูงอายุหลายคนต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 หรือตี 5 เพื่อให้ทันคิวเจาะเลือดและตรวจรักษา ไม่อย่างนั้นคิวจะยาวมาก” นางทองเหนียมกล่าว

ซึ่งหากโรงพยาบาลท่าโขลงเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลงและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับความสะดวกมากขึ้น ทั้งในด้านการเดินทางและการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผู้ที่เคยต้องเหมารถแท็กซี่เดินทางไปโรงพยาบาลที่อยู่ไกลออกไป นอกจากนี้ ภายหลังได้เยี่ยมชมอาคารโรงพยาบาล นางทองเหนียมระบุว่า รู้สึกประทับใจในความกว้างขวาง ความโปร่งโล่ง และการออกแบบพื้นที่รองรับผู้ป่วย ทั้งห้องพักผู้ป่วย เตียงรักษา และห้องพิเศษ ซึ่งมองว่าเป็นมาตรฐานที่ดีและเหมาะสมสำหรับการให้บริการประชาชน“รู้สึกพึงพอใจมาก เพราะชาวท่าโขลงจะได้รับบริการด้านสาธารณสุขที่ดี ใกล้บ้าน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในเขตเทศบาลเมืองท่าโขลงและพื้นที่ใกล้เคียง” นางทองเหนียมกล่าว

ทางด้านนางเอมมิกา พลราช อายุ 49 ปี เปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการเปิดให้บริการของโรงพยาบาลคลองหลวงแห่งใหม่ เนื่องจากช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกยิ่งขึ้น และลดภาระในการเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลคลองหลวงเดิมที่ผ่านมาชาวบ้านต้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลคลองหลวงเดิม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณคลอง 6 ทำให้ต้องตื่นตั้งแต่ช่วงตี 3–ตี 5 เพื่อเดินทางไปรอรับบริการ ส่งผลให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง“หากโรงพยาบาลแห่งนี้เปิดให้บริการ ประชาชนจะสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องตื่นแต่เช้ามืด สามารถเดินทางมารับการรักษาได้ใกล้บ้าน และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายหลายด้าน” นางเอมมิกากล่าว

ทั้งนี้กลุ่มผู้สูงอายุจะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน เพราะหลายครอบครัวมีบุตรหลานทำงานอยู่ไกล เดิมต้องลางานหรือเสียเวลาเพื่อพาผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล แต่เมื่อมีโรงพยาบาลอยู่ใกล้ชุมชน ผู้สูงอายุจะสามารถเดินทางมารับบริการได้สะดวกกว่าเดิมและการเดินทางไปโรงพยาบาลเดิมยังต้องใช้เวลาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่การเดินทาง การรอคิวรักษา ไปจนถึงการเดินทางกลับ ทำให้ประชาชนจำนวนมากประสบความลำบาก ซึ่งการมีโรงพยาบาลแห่งใหม่ในพื้นที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ส่วนทางด้านนางวนิดา มัดฉลาด อายุ 58 ปี ชาวชุมชนลำสนุ่น ตำบลคลองสอง สกสกสกสกสกสกสกสกกล่าวว่าที่ผ่านมาการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาล ซึ่งสร้างภาระทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว แม้ว่าจะได้รับสิทธิรักษา 30 บาท แต่ยังต้องแบกรับค่าพาหนะในการเดินทางทุกครั้งหลังเข้ารับการรักษาผู้ป่วยมักถูกส่งกลับมาพักฟื้นที่อำเภอคลองหลวง ทำให้ครอบครัวต้องคอยรับ–ส่งและเดินทางไปมาหลายรอบ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง“เสีย 30 บาทก็จริง แต่เราต้องมีค่ารถอีก” นางวนิดากล่าว พร้อมระบุว่า ส่วนใหญ่ต้องเหมารถแท็กซี่หรือจ้างรถของคนในชุมชนให้ไปส่ง โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 500 บาทต่อเที่ยวแบบไป–กลับซึ่งหากมีศูนย์บริการทางการแพทย์แบบครบวงจรในพื้นที่ ที่สามารถตรวจ รักษา และพักฟื้นได้ในแห่งเดียว จะช่วยลดภาระของประชาชนได้อย่างมากและถ้ามีที่นี่ก็จบที่เดียว ขี่รถออกมาก็ถึง รักษาเสร็จแล้วขี่รถกลับบ้านได้เลย