องคมนตรีติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.40 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. ในฐานะรองประธานอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ เจ้าหน้าที่สำนักงาน กปร. เดินทางไปยังห้องประชุมโครงการชลประทานนครศรีธรรมราช ตำบลนาสาร อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช

โอกาสนี้ องคมนตรีและคณะประชุมติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกอบด้วย 1) โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างแผนงานโครงการ 6 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2566) โดยขุดคลองระบายน้ำ จำนวน 3 สาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพคลองวังวัว คลองท่าเรือ-หัวตรุด ก่อสร้างประตูระบายน้ำ จำนวน 7 แห่ง และก่อสร้างสะพานรถยนต์ จำนวน 5 แห่ง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอขยายระยะเวลาโครงการ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถบรรเทาอุทกภัยในเขตเมืองนครศรีธรรมราช และลดพื้นที่น้ำท่วมได้ร้อยละ 90 ครอบคลุมพื้นที่ 12 ตำบล ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 32,253 ครัวเรือน สามารถเก็บกักน้ำต้นทุนเพื่อกิจกรรมการใช้น้ำด้านต่าง ๆ ในฤดูแล้งประมาณ 5.50 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่รับประโยชน์อยู่บริเวณสองฝั่งคลองระบายน้ำ ประมาณ 17,400 ไร่

2) โครงการฝายคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอทุ่งใหญ่ กรมชลประทานได้เริ่มดำเนินการและก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2528 ลักษณะโครงการเป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก สันฝายสูง 2.50 เมตร ยาว 26 เมตร มีประตูระบายน้ำและระบายทรายกว้าง 3 เมตร สูง 2.50 เมตร จำนวน 3 ช่อง และระบบส่งน้ำ จำนวน 6 สาย ความยาวรวม 20.60 กิโลเมตร พร้อมอาคารประกอบ ปัจจุบันยังใช้การได้ปกติ สามารถส่งน้ำให้ราษฎรในพื้นที่ 14 หมู่บ้าน 3 ตำบล ได้แก่ หมู่ที่ 2, 3, 4 และ 11 ตำบลท่ายาง หมู่ที่ 1, 3, 8 และ 9 ตำบลบางรูป หมู่ที่ 1, 3, 8 และ 9 ตำบลทุ่งสัง จำนวน 326 ครัวเรือน ได้มีน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดปี และช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จำนวน 11,200 ไร่

3) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตำบลช้างกลางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอช้างกลาง ในระยะแรกกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างทำนบดินและอาคารประกอบ โดยใช้งบประมาณจากสำนักงาน กปร. ลักษณะโครงการเป็นทำนบดิน ขนาดกว้าง 8 เมตร สูง 14 เมตร ยาว 127 เมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างคิดเป็นร้อยละ 65 และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งจะสามารถส่งน้ำสนับสนุนด้านการอุปโภคบริโภคให้แก่ราษฎร หมู่ที่ 6 บ้านควนส้าน หมู่ที่ 11 บ้านวังทอง หมู่ที่ 15 บ้านน้ำน้อยเหนือ และหมู่ที่ 17 บ้านนาเกาะ ตำบลช้างกลาง หมู่ที่ 4 บ้านน้ำน้อยใต้ และหมู่ที่ 5 บ้านไทรงาม ตำบลสวนขัน อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 1,200 ครัวเรือน ประชากร 3,000 คน รวมถึงพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 660 ไร่

4) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำคลองวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอทุ่งสง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จคาดว่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำทั้งในฤดูแล้ง และบรรเทาอุทกภัยในฤดูฝน รวมทั้งยังเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอให้แก่ราษฎร จำนวน 2,550 ครัวเรือน 8,925 คน และสามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 17,090 ไร่ ในพื้นที่ตำบลนาหลวงเสน ตำบลนาไม้ไผ่ และตำบลควนกรด

ช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะเดินทางไปยังโครงการฝายคลองเสลาพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอฉวาง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2539 ตามที่ราษฎรหมู่ที่ 9 บ้านปลายคลองเสลา ตำบลละอาย อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอพระราชทานความช่วยเหลือ ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรในฤดูแล้ง ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2541 ลักษณะโครงการเป็นฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดสันฝายสูง 2 เมตร ยาว 18 เมตร และระบบส่งน้ำความยาว 13,560 เมตร สามารถส่งน้ำให้ราษฎรในพื้นที่หมู่ที่ 2, 8, 9 และ 16 ตำบลละอาย อำเภอฉวาง ประมาณ 800 ครัวเรือน 2,800 คน ได้มีน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดปี และช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้อีกจำนวน 1,450 ไร่ จากนั้น เยี่ยมชมสวนทุเรียนของเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ

ด้วยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทรงรับโครงการตามที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ (ฎีกา) ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ รวม 32 โครงการ ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จและสร้างประโยชน์ให้แก่ราษฎรไปแล้ว 18 โครงการ