ปทุมธานี “ไทยช่วยไทย” ครั้งที่ 5 ครั้งสุดท้ายคนแห่เหมาทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม 89บาทแน่นอำเภอ พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 29 พฤษภาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีการจัดโครงการอำเภอคลองหลวง ชวนช้อป “ไทยช่วยไทย” ครั้งที่ 5 ซึ่งนี้เป็นครั้งสุดท้ายหลังจัดมาแล้วจำนวน 4 ครั้งในทุกๆศุกร์ของสัปดาห์ โดยมี นางสาวอภิสรา เกษอินทร์ นายอำเภอคลองหลวง นายองอาจ ณฐ ธรรมานิทา ที่ปรึกษานายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี ได้เดินรณรงค์สินค้าดีราคาถูกพร้อมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ที่จะมาในวันที่ 1 มิถุนายนที่จะถึงนี้

ซึ่งโครงการอำเภอคลองหลวง ชวนช้อป “ไทยช่วยไทย”นั้นมีมหกรรมสินค้าราคาพิเศษ ส่งตรงจากผู้ผลิตทั่วประเทศ ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ของกิน ของใช้ สินค้า OTOP และผลไม้ตามฤดูกาล ลดราคาสุดคุ้ม เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนชาวคลองหลวงและพื้นที่ใกล้เคียงได้ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของประชาชน

ในขณะที่จุดที่ประชาชนสนใจเป็นอย่างมากนั้นคือการนำทุเรียนเนื้อพรีเมี่ยม กิโลกรัมละ 89 บาทเท่านั้น โดยตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมาได้มีประชาชนที่สนใจแห่เดินทางมาเลือกทุเรียนเกรดพรีเมี่ยมกันอย่างต่อเนื่องจนพนักงานแกะทุเรียนต้องสาละวนกับการแกะจนมือเป็นระวิงไม่ได้หยุด

นายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา เปิดเผยว่า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการภาคเอกชนรายใหญ่ในพื้นที่ อาทิ Big C, Lotus’s, CJ Mall และ Makro รวมถึงผู้ประกอบการสินค้า OTOP ของอำเภอคลองหลวง จัดกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนลดภาระค่าครองชีพ โดยนำสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งอาหาร ของใช้ ผักสด และสมุนไพร มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าใช้จ่ายของประชาชนในพื้นที่

ภายในงานยังมีไฮไลท์สำคัญ คือ โซนจำหน่ายผลไม้จากผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกในพื้นที่อำเภอคลองหลวง โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเงาะและผลไม้ตามฤดูกาลนำมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักตลอดการจัดกิจกรรม

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ที่ผลักดันให้ทุกอำเภอทั่วประเทศจัดกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนด้านค่าครองชีพ ซึ่งการจัดงานที่อำเภอคลองหลวงครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายของโครงการในรอบปัจจุบัน ท่ามกลางการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่

ด้าน นางสาวบุญสิริ สว่างเพ็ง ผู้เข้าร่วมโครงการฯ กล่าวว่าภายหลังเข้าร่วมโครงการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดว่า รู้สึกประทับใจและมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี เนื่องจากสินค้าที่นำมาจำหน่ายมีราคาถูก ควบคู่กับคุณภาพที่ดี ทำให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างคุ้มค่า อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและลดภาระค่าครองชีพได้เป็นอย่างมาก ซึ่งตนเองเดินทางมาอุดหนุนโครงการทุกวันศุกร์ตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการ เพราะเห็นว่าสินค้ามีความคุ้มค่าและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้จริง ทั้งนี้ เมื่อทราบว่าโครงการจะสิ้นสุดลงในช่วงนี้ ก็รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก และอยากให้มีการดำเนินโครงการลักษณะนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง

ทางด้านนายองอาจ ณฐ ธรรมนิทา เปิดเผยว่า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการภาคเอกชนรายใหญ่ในพื้นที่ อาทิ Big C, Lotus’s, CJ Mall และ Makro รวมถึงผู้ประกอบการสินค้า OTOP ของอำเภอคลองหลวง จัดกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนลดภาระค่าครองชีพ โดยนำสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งอาหาร ของใช้ ผักสด และสมุนไพร มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าใช้จ่ายของประชาชนในพื้นที่

ภายในงานยังมีไฮไลท์สำคัญ คือ โซนจำหน่ายผลไม้จากผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกในพื้นที่อำเภอคลองหลวง โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเงาะและผลไม้ตามฤดูกาลนำมาจำหน่ายในราคาพิเศษ ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักตลอดการจัดกิจกรรม

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ที่ผลักดันให้ทุกอำเภอทั่วประเทศจัดกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนด้านค่าครองชีพ ซึ่งการจัดงานที่อำเภอคลองหลวงครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายของโครงการในรอบปัจจุบัน ท่ามกลางการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่

หลังจากนี้ฝ่ายปกครองอำเภอคลองหลวงจะร่วมมือกับทุกภาคส่วน ลงพื้นที่รณรงค์และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการ “ไฟช่วยไทย คนละครึ่ง เฟส 60-40” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก โดยจะมีผู้ใหญ่บ้านในแต่ละพื้นที่เข้ามาช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวกในการสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว