ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 เมษายน 2569 ณ ท่าเรือริเวอร์เดล มารีน่า ศูนย์กลางและผู้ให้บริการด้านเรือและกิจกรรมทางน้ำครบวงจร ต.บางกระดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ,นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศบาลเมืองบางกระดี , นายพงษ์ศักดิ์ ศัพทเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 1 สำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) นายปราโมทย์ เกตุทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกแบบและปฏิบัติการงานโครงการ บริษัท กรีน เอเลเมนท์ จำกัด ในเครือเอ็ม บี เค (ผู้ให้ข้อมูลการปลูกป่า) จัดโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน ปลูกต้นโกงกาง ต้นลำพู ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียวริมน้ำเจ้าพระยา ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากคลื่นลมพายุและสร้างสมดุลทางธรรมชาติ โดยร่วมมือกับภาครัฐและพันธมิตรภาคเอกชน

โดยกิจกรรมดังกล่าว นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และนายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี ได้ลงเรือเพื่อร่วมปลูกต้นโกงกาง และ ต้นลำพู กว่า 70 ต้น บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 70 เมตร เพื่อเป็นปราการทางธรรมชาติในการฟื้นฟูระบบนิเวศริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สมบูรณ์ในการปกป้องหน้าดิน ซึ่งระบบรากของต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดมีความพิเศษที่ยึดเกาะดินได้อย่างแน่นหนา ลดการปะทะกัดเซาะจากคลื่นลมพายุ รวมถึงยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ในการเติบโตซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมยังช่วยดูดซับสารพิษ กรองเศษขยะและสิ่งเจือปนทำให้น้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำมีความสะอาดมากยิ่งขึ้น และเพื่อแสดงให้เห็นว่า ต้นโกงกาง และ ต้นลำพู สามารถนำมาปลูกได้บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา

อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลังต่อไป
ด้านนายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวเปิดเผยว่า การปลูกต้นโกงกางและต้นลำพูบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถือเป็นแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำ โดยระบบรากของพืชทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติช่วยยึดเกาะดิน ลดแรงกระแทกจากกระแสน้ำ และป้องกันการกัดเซาะของตลิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมวางแผนบูรณาการแนวคิดดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการปลูกและฟื้นฟูพืชท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของลุ่มน้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลรักษา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในด้านระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กล่าวว่า ในส่วนของต้นลำพู ยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากเป็นพืชที่เอื้อต่อการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อย หากมีการดูแลและส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม จะสามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวชมหิ่งห้อยริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาแนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของหิ่งห้อยและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นต้นแบบของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในระยะยาวต่อไป

โดย นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวถึงความสำคัญในโครงการ ฯ นี้ว่า “สำหรับโครงการ MBK Green Community สรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสู่สังคมที่ยั่งยืน ในปีนี้ เรามุ่งเน้นใน 3 วัตถุประสงค์หลัก ประการแรกคือ การปลูกฝังจิตสำนึกและรณรงค์ให้พนักงานในเครือเอ็ม บี เค ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาธรรมชาติอย่างแท้จริง ประการต่อมาคือการตอบรับนโยบาย ESG เพื่อขับเคลื่อนมิติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำในการเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อโลกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 (Net Zero Emissions) และประการสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเสริมทัศนียภาพให้กับ ริเวอร์เดล มารีน่า) ซึ่งเราตั้งใจยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์คสีเขียวที่ให้บริการด้านกิจกรรมทางน้ำอย่างครบวงจรริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการสร้างระบบนิเวศที่ดีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และสนับสนุนทุกกลุ่มธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค ให้เติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย”
