วันนี้ (22 ม.ค. 2569) เวลา 06.30 น. เจ้าหน้าที่รัฐเปิดปฏิบัติการฟ้าสาง “สินทิวา” เข้าตรวจค้นพื้นที่หมู่บ้านสินทิวาธานี อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อกวดขันตรวจสอบแรงงานต่างด้าวและป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายทวีพงษ์ รินนาศักดิ์ ปลัดอำเภอบางปะอิน พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน และ พ.ต.อ.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำกำลังชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ สภ.บางปะอิน ฝ่ายปกครองอำเภอบางปะอิน และสำนักงานจัดหางานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นหอพักสีชมพู สูง 6 ชั้น เลขที่ 365 หมู่ 2 อำเภอบางปะอิน เพื่อตรวจสอบแรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยว่าเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงเป็นการป้องปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ควบคู่กับการเพิ่มความถี่ในการตรวจพื้นที่เสี่ยง แหล่งชุมชน จุดรวมกลุ่มประชาชน และพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างภาพลักษณ์ความปลอดภัยของประเทศไทย

ผลการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 86 คน มีเอกสารและใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม พบว่าเจ้าของหอพักไม่ได้แจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวต่อเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของหอพัก ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ดำเนินการให้ถูกต้องในอนาคต
การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีการโพสต์ร้องเรียนถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของแรงงานต่างด้าวในพื้นที่หมู่บ้านสินทิวาธานี อาทิ การขับขี่รถจักรยานยนต์เสียงดัง ขับเฉี่ยวชนประชาชนชาวไทย รวมถึงความกังวลเรื่องการรวมกลุ่มตั้งแก๊งและการค้าขายแย่งอาชีพคนไทย จนสร้างความไม่สบายใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง
ต่อมา กลุ่มของ “เต้อาชีวะ” พร้อมทีมงาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามปัญหาดังกล่าว หลังมีการร้องเรียนว่ามีแรงงานต่างด้าวบางกลุ่มแสดงพฤติกรรมข่มขู่ ขับรถเสียงดัง และพยายามขับรถชนชาวไทยบ่อยครั้งโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

นายทวีพงษ์ รินนาศักดิ์ ปลัดอำเภอบางปะอิน เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในวันนี้เป็นการบูรณาการทุกหน่วยงาน เพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายของบุคคลที่เข้ามาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย จากการตรวจสอบพบว่าแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่มีเอกสารและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง แต่เจ้าของที่พักยังดำเนินการไม่ครบถ้วน จึงต้องดำเนินการเปรียบเทียบปรับ และเน้นย้ำให้ทั้งเจ้าของที่พักและแรงงานต่างด้าวปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
สำหรับกรณีการค้าขายของแรงงานต่างด้าว นายทวีพงษ์ ระบุว่า โดยหลักแล้วแรงงานต่างด้าวไม่สามารถค้าขายได้เอง หากเป็นลูกจ้างต้องมีเจ้าของกิจการอยู่ด้วย หากตรวจพบว่ามีการค้าขายเอง เก็บเงินเอง หรือมีลักษณะแอบแฝง จะดำเนินคดีทันที ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้กวดขันจับกุมไปแล้วหลายราย และจะยังคงตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ในการปฏิบัติการวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำแรงงานต่างด้าว 10 ราย พร้อมเจ้าของหอพัก ไปเปรียบเทียบปรับในอัตรารายละ 1,600 บาท เนื่องจากไม่แจ้งที่พักอาศัยต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
ด้าน “เต้อาชีวะ” และกลุ่มเพื่อนได้ร่วมสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเปิดเผยว่า ขอขอบคุณหน่วยงานรัฐที่เข้ามาดูแลปัญหาอย่างจริงจังและรวดเร็ว พร้อมชื่นชมการทำงานที่เข้มงวด และขอให้ดำเนินการเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้แรงงานต่างด้าวเข้ามายึดพื้นที่หรือแย่งอาชีพคนไทย พร้อมยืนยันว่าจะติดตามและสอดส่องไม่ให้เกิดพฤติกรรมรังแกคนไทยในพื้นที่ พร้อมฝากถึงหน่วยงานทุกจังหวัดให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศต่อไป
