เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 10 มกราคม ร.ต.ท.ฐิติกร จุลวานิช รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดแทงพี่ชายและชาวบ้าน มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย เหตุเกิดบริเวณหอพักแห่งหนึ่ง หมู่ 17 ต.บางกระสั้น อ.บางปะอิน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์
ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 2 ราย รายแรกคือ นางผุสดี สมัครการค้า อายุ 72 ปี อยู่ในสภาพนั่งฟุบพิงกำแพงใกล้ห้องพัก มีบาดแผลถูกแทงที่บริเวณคอและลำตัว เลือดไหลนองเต็มตัว ส่วนอีกรายคือ นางสาวเรณู มั่นทอง อายุ 66 ปี นอนหมดสติอยู่หน้าห้องพัก ห่างจากห้องผู้ก่อเหตุประมาณ 200 เมตร ทั้งสองรายถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณคอและลำตัว อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์เร่งให้การปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางปะอิน

นอกจากนี้ยังพบผู้บาดเจ็บเป็นชายอีก 1 ราย คือ นายเทิดศักดิ์ เสือกลับ อายุ 20 ปี พี่ชายของผู้ก่อเหตุ ถูกแทงได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในห้องพัก อย่างไรก็ตามในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังอยู่ภายในห้องและเกรงว่าจะเกิดอันตราย ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเจรจาพูดคุย ก่อนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทราบชื่อคือ นายสิริมงคล เสือกลับ อายุ 19 ปี ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.บางปะอิน
จากการตรวจสอบภายในห้องพักพบคราบเลือดจำนวนมาก และบริเวณด้านนอกมีคราบเลือดนองเต็มพื้นถนนและหน้าห้องพัก
นายวีระ เสือกลับ อายุ 56 ปี บิดาของผู้ก่อเหตุ ให้การว่า นายสิริมงคลเป็นบุตรชายคนเล็ก ขณะเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ที่ห้อง โดยผู้ก่อเหตุอยู่กับพี่ชายเพียงสองคน คาดว่าอาจมีปากเสียงกันเรื่องการหุงข้าว ซึ่งทั้งคู่มักทะเลาะกันเป็นประจำ เมื่อกลับมาทราบว่าบุตรชายก่อเหตุแทงพี่ชายและทำร้ายเพื่อนบ้านจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้บุตรชายมีพฤติกรรมเสพกัญชาและยาเสพติดมานาน มักมีอาการทางจิตหรือพูดจาเพี้ยน คาดว่าขณะก่อเหตุเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ตนรู้สึกเสียใจและเคยลงโทษสั่งสอนไปหลายครั้ง หลังจากนี้ขอให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย
ด้านนายสงกรานต์ แก้วหนองฮี อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านในหอพักเดียวกัน เล่าว่า ขณะอยู่ในห้องได้ยินเสียงโวยวายและร้องขอความช่วยเหลือ จึงออกมาดู พบผู้ก่อเหตุกำลังใช้มีดแทง นางสาวเรณู มั่นทอง ตนพยายามเข้าไปห้าม ผู้ก่อเหตุจึงหยุดและวิ่งกลับไปที่ห้องพัก ตนวิ่งตามไปพบว่าบิดาของผู้ก่อเหตุมาถึงพอดีและกำลังทำร้ายสั่งสอนลูกชาย ตนจึงห้ามปรามเนื่องจากเห็นว่าผู้ก่อเหตุมีอาการเพี้ยนอย่างชัดเจน จากนั้นตนออกมาช่วยเหลือ นางผุสดี สมัครการค้า ซึ่งนั่งฟุบพิงกำแพงอยู่ในกองเลือด ก่อนนำตัวออกมาส่งให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ และกลับไปดู นางสาวเรณู อีกครั้ง ทั้งสองรายมีอาการสาหัส เลือดไหลเต็มตัว
ขณะที่นายอินทร์ อ่อนนิ่ม อายุ 46 ปี หลานของนางผุสดี เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้าน มีชาวบ้านมาตามแจ้งว่าป้าถูกแทง จึงรีบมาดูและพบว่าป้าอยู่ในสภาพเลือดท่วมตัว จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล ทราบภายหลังว่าก่อนก่อเหตุแทงป้าของตน ผู้ก่อเหตุได้ใช้มีดแทงพี่ชายภายในห้องพัก ก่อนวิ่งออกมาและพบกับนางผุสดีซึ่งกำลังกวาดถนนอยู่หน้าหอพัก เมื่อป้าเข้าไปห้ามกลับถูกแทง จากนั้นผู้ก่อเหตุยังไปทำร้าย นางสาวเรณู เพิ่มอีกหนึ่งราย โดยตนทราบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ชอบเดินเพ่นพ่านกลางคืน ชาวบ้านต่างหวาดกลัวแต่ไม่คาดคิดว่าจะมาก่อเหตุรุนแรงเช่นนี้
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลบางปะอินว่า นางผุสดี สมัครการค้า อายุ 72 ปี และ นางสาวเรณู มั่นทอง อายุ 66 ปี ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผู้กำกับสภ.บางปะอินให้ข้อมูลว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุก็นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปทำการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุซึ่งพบว่าอยู่ภายในห้องพักหลังจากก่อเหตุไม่ได้ลงหนีไปไหนพร้อมอาวุธมีด หลังจากควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก ก็ยังให้การวนมาแต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดี ข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา และพยายามฆ่า ส่วนมูลเหตุการก่อเหตุเบื้องต้น คาดว่าทะเลาะกับพี่ชาย จนมีการใช้อาวุธมีดแทงพี่ชายจนได้รับบาดเจ็บแล้วเดินออกมา เจอชาวบ้านก็ก่อเหตุแทงอีก 2 คน ก็หลบหนีเข้าไปในบ้านพัก และจากการทราบภายหลังว่าผู้ก่อเหตุมี อาการป่วยทางประสาทแต่อย่างไรก็ตาม ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย
