วันพุธที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 11.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วยนายศุภรัชต์ อินทราวุธ รองเลขาธิการ กปร. คณะที่ปรึกษาอนุกรรมการ คณะอนุกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เดินทางไปยังเขื่อนสิริกิติ์ ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อรับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน ได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขนานนามว่า “เขื่อนสิริกิติ์” เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2511


สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากเขื่อนสิริกิติ์ มี 8 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการชลประทาน : น้ำจากอ่างเก็บน้ำจะถูกปล่อยออกไปยังพื้นที่เพาะปลูก ในที่ราบสองฝั่งแม่น้ำน่านกับพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งในปริมาณที่ได้มีการตกลงร่วมกันไว้กับกรมชลประทาน ด้านการบรรเทาอุทกภัย : อ่างเก็บน้ำจะช่วยเก็บกักน้ำที่อาจจะไหลบ่าลงมาช่วยบรรเทาการเกิดอุทกภัยในทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่าน ตลอดจนทุ่งเจ้าพระยาลงมาถึงกรุงเทพมหานคร ด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า : น้ำที่ปล่อยออกไปเพื่อการชลประทานจะผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั้ง 4 เครื่อง ให้พลังงานไฟฟ้า 500,000 กิโลวัตต์ ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าของประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น ด้านการประมง : กฟผ.ได้นำพันธุ์ปลาน้ำจืดหลายชนิดปล่อยลงอ่างเก็บน้ำเป็นจำนวนมาก ทำให้กลายเป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ ช่วยเสริมรายได้ให้แก่ประชาชน ด้านการคมนาคมทางน้ำ : ช่วยให้การคมนาคมทางน้ำบริเวณเหนือเขื่อนไปยังจังหวัดน่านสะดวก และใช้งานได้ตลอดปี และด้านการท่องเที่ยว : เขื่อนสิริกิติ์มีทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะในฤดูหนาว ความเงียบสงบของบรรยากาศ ประกอบกับพืชพันธุ์ไม้ที่งามสะพรั่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนไม่ขาดสาย


ช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะเดินทางไปยังศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านห้วยต้า หมู่ที่ 4 ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเกิดขึ้นจากพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านห้วยต้า อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบ้านห้วยต้า ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาจากหลายถิ่นฐานบางกลุ่มหลบหนีสงคราม บางกลุ่มมาจากเวียงจันทน์ และมีการขยายตัวเป็นหมู่บ้านใหญ่ ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน คือหมู่ที่ 8 บ้านห้วยต้าใต้ หมู่ที่ 9 บ้านห้วยต้ากลาง หมู่ที่ 10 บ้านห้วยต้าเหนือ และหมู่ที่ 11 บ้านหาดลัง ปัจจุบันมีประชากร จำนวน 490 คน 141 ครัวเรือน อาชีพหลักส่วนใหญ่ทำนา และประกอบอาชีพอื่น ๆ ได้แก่ การประมง ทำสวนผลไม้ ทอผ้า แกะสลัก และรับจ้างทั่วไป ในส่วนของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีพระราชเสาวนีย์ให้ส่งราษฎรเข้ารับการอบรมการทอผ้า แกะสลัก เพื่อนำความรู้มาประกอบอาชีพ โดยในปี 2567 ได้ส่งสินค้าไปยังสวนจิตรลดา มีรายได้จากงานทอผ้า ประมาณ 240,000 บาท และงานแกะสลัก ประมาณ 210,000 บาท




นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานโครงการยุ้งฉางข้าว เพื่อให้ราษฎรยืมข้าวไปรับประทานในช่วงที่ไม่มีข้าวหรือจัดซื้อตามกำลัง รวมถึงโครงการกองทุนเรือพระราชทานบ้านห้วยต้าที่พระราชทานเรือเพื่อใช้รับ-ส่งผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินและใช้โดยสารในหมู่บ้าน
โอกาสนี้ องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่สมาชิกของกลุ่มศิลปาชีพบ้านห้วยต้า จำนวน 37 ถุง ประกอบด้วย กลุ่มทอผ้า จำนวน 23 ถุง กลุ่มแกะสลัก จำนวน 11 ถุง กลุ่มภาพวาดดินสอ จำนวน 1 ถุง และกลุ่มจักสาน จำนวน 2 ถุง


