องคมนตรีลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.30 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นายวัชระ หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังห้องประชุมศรีวิชัย ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับฟังรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย 1)โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตำบลช้างกลางอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามที่ราษฎรขอพระราชทาน โดยมีแผนการดำเนินงาน 2 ปี (2568-2569) ลักษณะโครงการเป็นทำนบดิน ขนาดกว้าง 8.00 เมตร สูง 14.00 เมตร ยาว 127.00 เมตร ความจุ 88,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมอาคารประกอบและสระเก็บน้ำ จำนวน 2 แห่ง วงเงิน 50,364,000 บาท และดำเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ โดยใช้งบประมาณจำนวน 45,000,000 บาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดสรรงบประมาณ และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรตำบลช้างกลางและตำบลสวนขันที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง 2)โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการส่งมอบให้แก่โครงการชลประทานนครศรีธรรมราชดูแลและจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ สามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรประมาณ 11,200 ไร่ และเป็นแหล่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคของราษฎรในพื้นที่ประมาณ 1,887 ครัวเรือน และเมื่อดำเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำแล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรบริเวณท้ายโครงการฯ เพิ่มอีกประมาณ 10,800 ไร่ ช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตเทศบาลตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ ซึ่งเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี อีกทั้งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ 3)โครงการขุดคลองระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง พร้อมประตูระบายน้ำและคันกั้นทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทานและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีแผนร่วมกันจัดตั้งกลุ่มบริหารจัดการน้ำและก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำช่วยเหลือราษฎรในการทำนาหลังน้ำลดให้ครอบคลุมตามความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเพื่อการเกษตรกรรมของราษฎรในพื้นที่ และมีแผนก่อสร้างสถานีสูบน้ำบริเวณประตูระบายน้ำคลองชะอวด-แพรกเมือง ในปีงบประมาณ 2570-2571 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเลในช่วงฤดูน้ำหลาก และ 4)โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตลอดจนเสริมสร้างจิตสำนึกสนับสนุนกระบวนการมีส่วนร่วมของราษฎรให้สามารถดำเนินชีวิตไปพร้อมกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น พร้อมกันนี้องคมนตรีได้ให้ข้อเสนอแนะ โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการทำงานเชิงรุก สร้างการรับรู้และเข้าใจในการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎรตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป รวมถึงวางแผนการแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี เพื่อให้ราษฎรรอดพ้นจากภัยพิบัติอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างยั่งยืน


ช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะเดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลกรุงหยัน อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช รับฟังสรุปผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการน้ำของโครงการฯ จากผู้แทนกรมชลประทานและผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ พร้อมกับตรวจเยี่ยมสภาพพื้นที่โครงการ โอกาสนี้ องคมนตรีได้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานโครงการฯ พร้อมทั้งพบปะราษฎรในพื้นที่



สืบเนื่องมาจากวันที่ 18 กันยายน 2523 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในท้องที่อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช และมีพระราชดำริ สรุปความว่า “…ให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างโครงการพัฒนาลุ่มน้ำคลองสังข์ ในเขตอำเภอทุ่งใหญ่โดยเร่งด่วน เพื่อจัดหาน้ำส่งให้แก่พื้นที่เพาะปลูกในเขตอำเภอทุ่งใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 70,000 ไร่ ให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ตลอดปี รวมทั้งเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากในปีที่ฝนแล้งหรือในระยะที่ฝนทิ้งช่วงนาน การเพาะปลูกในบริเวณดังกล่าวจะเกิดความเสียหายเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนา…”



โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีลักษณะเป็นเขื่อนดินประเภททำนบดิน แบบ Zone Type ทำนบดินมีขนาดความกว้าง 8.00 เมตร ความยาว 1,557.00 เมตร ความสูง 22.00 เมตร ความจุที่ระดับน้ำเก็บกัก 36.57 ล้านลูกบาศก์เมตร ดำเนินการก่อสร้าง ในปี 2561 แล้วเสร็จในปี 2567 ปัจจุบันสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตร 11,200 ไร่ และเป็นแหล่งน้ำสำหรับราษฎรในพื้นที่ 1,887 ครัวเรือน จำนวน 6,123 คน โดยกรมชลประทานจะดำเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำความยาว 27.30 กิโลเมตร ในระหว่างปี 2569-2571 เพื่อส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรบริเวณท้ายโครงการฯ เพิ่มอีก 10,800 ไร่ และช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยโดยเฉพาะในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลท่ายาง อำเภอทุ่งใหญ่ ซึ่งเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ สถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วย