วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤษธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผวจ.แพร่ นายธันวา ผุดผ่อง ผอ.ปปส.ภาค 5 และเจ้าหน้าที่ นบ.ยส.35 ทหาร ฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญของ สภ.นาพูน จ.แพร่ จำนวน 3 คน รถยนต์กระบะทึบ 3 คัน มีทะเบียน บร.695 สระแก้ว บท.7088 ร้อยเอ็ด และ 3ฒย 2701 กทม. พร้อมยาไอซ์ น้ำหนัก 350 กิโลกรัม ซึ่งบรรจุในถุง 14 กระ สอบ ๆ ละ 25 ห่อ ส่วนผู้ต้องหาประกอบด้วย นายพลวัตร อายุ33 ปี จ.ฉะเขิงเทรา ร้านจักรกฤษณ์ อายุ 25 ปี จ.อุบลราชธานี นายสุวรรณรัตน์ อายุ 24 ปี จ.นครราชสีมา ตามลำดับ ซึ่งจับกุมได้เมื่อเวลา 04.00 น.
วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพ ว่า ได้รับจ้างขนไอซ์มา 3 ครั้งแล้ว ได้ค่าจ้างครั้งละ 50,000 บาท/คัน โดยรับยาเสพติดมาจากบ้านสบรวกอ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปส่งปลายทางที่คลอง 13 ปทุมธานีซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางลำเลียงด้วยระบบเอไอพบว่าเป็นความจริงตามที่ผู้ต้องหารับสารภาพดังกล่าว
พล ต.ท.กฤตธาพล กล่าวว่าขบวนการดังกล่าว เป็นขบวนการเดียวกับกลุ่มผู้ค้าชาวมุสลิม ย่านลาดกระบัง ที่เคยลักลอบขนไอซ์ จำนวน 305 กิโลกรัม ที่ถูกจับได้เมื่่อสัปดาห์ก่อน จึงร่วมกับตำรวจ ปปส. ขยายผลจับกุมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งครั้งนี้ทราบขบวนการดังกล่าวตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทางแล้ว ซึ่งเป็นขบวนการที่อยู่ในประเทศ ไม่ใช่เพื่อนบ้านอย่างใด
นายสมชัย กล่าวว่า จ.แพร่ ได้สนองนโยบายปราบปรามยาเสพติดจริงจัง ทั้งตั้งด่านตรวจและสกัด เพราะเป็นเส้นทางผ่านไปยังทุกภาค ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้จับกุมคดีรายสำคัญ 3 ราย คือ มีนาคมจับและยึดยาบ้าได้ 1 ล้านเม็ด เมษายน ได้ 10 ล้านเม็ด ส่วน พฤษภาคม ได้ยาไอซ์ 350 กก. ตามลำดับ
นายธันวา กล่าวว่า ช่วงนี้มีการจับและยึดยาไอซ์มากขึ้น หากเทียบช่วงตุลาคม ถึงพฤษภาคมปีแล้ว จับได้ 4.5 ตัน ส่วนปีนี้จับเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว หรือกว่า 13.5ตัน สะท้อนการเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงจากลาว ไปสู่ภาคอีสานมายังภาคเหนือมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกต่างประเทศ
