กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรีจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 68 พลิกโฉมการผลิตมะม่วง ทุเรียน หวังเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 68 ภาคตะวันออกคึกคัก เกษตรกร 9 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมงานถ่ายทอดเรียนรู้กระบวนการผลิตภาคการเกษตร พลิกโฉมการผลิตมะม่วง เพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน บริหารจัดการสวนทุเรียนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โชว์งานวิจัยและเทคโนโลยี เพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต เผยกรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญมาตรการประเทศคู่ค้า และคู่แข่งทางการตลาด



วันที่ 10 เมษายน 2568 ณ ศูนย์เรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงนอกฤดูบ้านมาบเหียง ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ชนิดพืชหลัก มะม่วง และทุเรียน โดยมีนายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานเปิดงาน นางอุบล มากอง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าวรายงาน นางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี และเกษตรกรจาก 9 จังหวัดภาคตะวันออกเข้าร่วมงานและเรียนรู้กิจกรรมจากฐานต่าง ๆ กว่า 300 คน

นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกันจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ หรือที่เรียกว่างาน Field Day เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้ เทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มช่องทางการตลาด ตลอดจนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อีกทั้งยังเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรต่างพื้นที่ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ งาน Field day จึงเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ที่เหมาะสมของเกษตรกร



รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก มีพัฒนาการของโรคและแมลงศัตรูพืชชนิดต่าง ๆ รวมถึงสถานการณ์ความผันผวนด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่าง ๆ ของประเทศคู่ค้า ทั้งเรื่องมาตรฐาน คุณภาพ และคู่แข่งจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การทำการเกษตรในวันนี้และอนาคตจึงจำเป็นต้องนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมการเกษตรใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับพื้นที่มาส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปรับใช้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ต้องมีการปรับตัว และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ต้องมีองค์ความรู้ และปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานให้ทันต่อสถานการณ์ จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการปรับเปลี่ยนและยกระดับภาคการเกษตร แก้ไขปัญหาและจุดอ่อนของเกษตรกร เพื่อผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเพิ่มมูลค่าสูงขึ้น โดยการขับเคลื่อนให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทุกจังหวัดทั่วประเทศเข้าถึงเกษตรกรทุกพื้นที่ สร้างความเข้าใจกับเกษตรกร การพัฒนาคุณภาพของสินค้า ทั้งสี กลิ่น และรสชาติ การจัดการศัตรูพืช การจัดระบบน้ำ การจัดการดินและปุ๋ย การจัดการโรคพืชและแมลงต่าง ๆ การคัดเกรดผลไม้ และการเพิ่มช่องทางการตลาด เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เห็นความสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับเกษตรกรก่อนที่จะเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ของการผลิตสินค้าเกษตรทุกชนิดออกสู่ตลาด ซึ่งเกษตรกรจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และในปีนี้ทางสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ขึ้นที่ศูนย์เรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงนอกฤดูบ้านมาบเหียง ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เพราะพื้นที่ภาคตะวันออก 9 จังหวัดเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน ลำไย มะม่วง ซึ่งการจัดงานในวันนี้ได้นำหลักการของการผลิตมะม่วงและทุเรียนมาถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรกรในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออก เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้ร่วมกันและนำไปปรับใช้ โดยการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเข้าไปแก้ไขปัญหาและจุดอ่อน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรได้คุณภาพมาตรฐานและมีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยศูนย์ฯ แห่งนี้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างตลอดเวลา มีความเข้มแข็ง สมาชิกเกษตรกรในจังหวัดอื่น ๆ ก็สามารถเข้ามาเรียนรู้ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้เช่นกัน



“งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะตอบโจทย์ตามเป้าหมาย เพื่อการพัฒนาด้านการเกษตรให้ก้าวทันต่อสถานการณ์ สำหรับภาคตะวันออกนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเมืองแห่งไม้ผล ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง มังคุด เงาะ ลองกอง ที่สำคัญคือ ทุเรียน ซึ่งเป็นราชาผลไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สำคัญ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศเป็นอย่างมาก รวมถึงพืช และกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญอื่น ๆ อีกหลายชนิดสินค้า ทั้งด้านประมง และปศุสัตว์ ซึ่งในวันนี้ได้นำมะม่วง และทุเรียน มาเป็นประเด็นเรียนรู้หลักเพื่อการขยายผลสู่การผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศต้องการ การจัดงานในครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายเป็นอย่างดี” นายรพีทัศน์ กล่าว

ทางด้านนางอุบล มากอง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมของเกษตรกรก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูกาลผลิต จึงได้มีการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ขึ้น เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันในการให้บริการความรู้ด้านการเกษตรและสนับสนุนเกษตรกร ตลอดจนกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่ ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมการเกษตร และภูมิปัญญา ที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการรวบรวมปัญหาและจุดอ่อนที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไข โดยทางกรมส่งเสริมการเกษตรจะนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร เพื่อนำไปใช้ในฤดูการผลิตต่อไป ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาที่พบได้ อันจะทำให้เกษตรกรสามารถแก้ไขจุดอ่อนที่เกิดขึ้น หรือสร้างสิ่งที่ดีให้กับแปลงหรือฟาร์มของตนเองต่อไป


สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีกิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) สถานีเรียนรู้ มะม่วง “พลิกโฉมการผลิตมะม่วง เพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน” “Innovating Mango Farming: Higher Yields, Smarter Practices” 2) สถานีเรียนรู้ ทุเรียน “บริหารจัดการสวนทุเรียน ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่” “Managing durian orchards with modern technology” มีสถานีย่อย รวม 8 สถานี และนิทรรศการเกี่ยวกับงานวิจัยและเทคโนโลยีจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบริษัทเอกชน จำนวน 17 นิทรรศการ เป็นการขยายผลงานวิจัยและเทคโนโลยีจากบริษัทเอกชน ในด้านการพัฒนาเกษตรแม่นยำด้วยเทคโนโลยีอวกาศ โดย FARMD ASIA ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ และระบบบริหารจัดการและติดตามการผลิตพืชปลอดภัย GAP โดยบริษัท วีเดฟซอฟท์ จำกัด




“ภายในงานมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นพลิกโฉมการผลิตมะม่วงเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การเลี้ยงชันโรงช่วยผสมเกสร Solar Heater หม้อต้มสมุนไพรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ การคัดแยกขนาดมะม่วงอัตโนมัติ เตาเผาถ่านไร้ควัน สร้างรายได้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ส่วนสถานีเรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตทุเรียนจัดขึ้นในประเด็นการบริหารจัดการสวนทุเรียนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ประกอบด้วยการบริหารจัดการสวนทุเรียนโดยการจัดการสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม เทคโนโลยีนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำ และการใช้วิธีผสมผสานในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าว

นางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า จังหวัดปราจีนมีพื้นที่ประมาณ 2,976,000 ไร่เศษ แบ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 711,167 ไร่ ประกอบด้วย นาข้าว 14.4% คิดเป็น 430,000 ไร่ พืชไร่ 5.5% คิดเป็น 164,000 ไร่ และพืชสวน 1% คิดเป็น 164,000 ไร่ มีสินค้าเกษตรที่โดดเด่น ได้แก่ ทุเรียน ส้มโอ หน่อไม้ไผ่ตง และสมุนไพร สำหรับกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการเกษตรและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ ๆ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการตลาด ข้อมูลข่าวสาร การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นทึ่ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง รวมทั้งนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเกษตรกร ซี่งเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ซึ่งเกษตรกรจะได้นำองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในแต่ละพื้นที่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้เกษตรกรเกิดความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ส่วนนายสงคราม ธรรมมะ ประธานศูนย์เรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงนอกฤดูบ้านมาบเหียง ตำบลหนองโพรง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า การพัฒนาเพื่อการผลิตทางกลุ่มฯ จะไม่มีการหยุดยั้ง ต้องเดินหน้าพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยนำระบบเกษตรอัจฉริยะในการให้น้ำมะม่วงมาส่งเสริมให้สมาชิกกลุ่มฯ ได้ใช้ ซึ่งจะทำให้มะม่วงติดดอกและผลมากกว่าและมีขนาดใหญ่สมบูรณ์ สำหรับสวนที่ใช้แล้วพบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิมไร่ละ 1,000 กก. เป็นเฉลี่ยไร่ละ 1,500 กก. โดยมีขนาดผลเกรดส่งออกเพิ่มขึ้น 50% ควบคู่กับการนำเครื่องคัดมะม่วงมาใช้คัดเกรดมะม่วง เพื่อช่วยลดแรงงานคนและระยะเวลาในการทำงาน ส่วนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ได้จากการตัดแต่งกิ่งมะม่วงหลังเก็บผลแล้วจะนำมาเผาเป็นถ่านไบโอชา สร้างมูลค่าเพิ่มโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการขับเคลื่อนการเกษตรตาม BCG Model อีกด้วย ส่วนเศษถ่านจะนำมาบดละเอียดผสมกับแป้งมันขึ้นรูปและอัดแท่งขายเป็นถ่านก้อนจำหน่ายในราคา 25 บาทต่อกิโลกรัม



“สำหรับการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณกรมส่งเสริมการเกษตรและสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เป็นอย่างมากที่เลือกศูนย์เรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงนอกฤดูบ้านมาบเหียงเป็นสถานที่จัดงาน ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และอยากให้มีการจัดงานเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรที่ไม่มีแหล่งเรียนรู้ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้แล้วนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง และถ่ายทอดสู่เกษตรกรรายอื่น ๆ ต่อไป นอกจากนี้ ทางกลุ่มฯ ยังได้ทำกิจกรรมร่วมกับเกษตรกรรุ่นใหม่และทายาทเกษตรกร เพราะเห็นว่าเด็กรุ่นใหม่มีความสามารถในด้านการประชาสัมพันธ์ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ การจัดทำบัญชี การจำหน่ายสินค้าออนไลน์ รวมถึงการเรียนรู้กระบวนการผลิตอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนาตนเองในการผลิตสินค้าเกษตรได้ดียิ่งขึ้น ช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย” นายสงคราม กล่าว