แม่ทัพภาคที่ 3 แถลงจับยาเสพติดรอบ 6 เดือน ยึดยาบ้า 320ล้านเม็ด ไอซ์ 7,000 กก. เพิ่มขึ้นเท่าตัว ยึดทรพย์ 300 ล้าน ล่าสุดยึดยาบ้า 5 ล้านเม็ด ที่เชียงราย

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่หอประ ชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาอบจ.เชียงใหม่ พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผบ.นบ.ยส.35 พร้อมตำรวจ ปปส.ภ. 5 และฝ่ายปกครอง ประชุมและแถลงข่าวผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการสัดกั้นยาเสพติดรอบ 6 เดือน (ต.ค.68 – มี.ค.69) สามารถยึดยาบ้าได้ 320 ล้านเม็ด ไอซ์ 7,000 กก. เฮโรอีน 60 กก. เคตามีน 659 กก. รวมเหตุการณ์ 178 ครั้ง มีการปะทะกับกลุ่มขบวนการ 38 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 133 ราย ขบวนการเสียชีวิต 25 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย และเชียงใหม่ ซึ่งมีเครือข่ายยาเสพติด 8 เครือข่าย พร้อมยึดทรัพย์กว่า 300 ล้านบาท และฝ่ายปกครองได้จัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านชายแดน 2,000 หมู่บ้าน

ส่วนเมื่อเปรียบเทียบผลปฏิบัติ 6 เดือนก่อนหน้านี้ จับกุมยาบ้า 170 ล้านเม็ด เพิ่มขึ้นกว่า 100% ส่วนแนวโน้มอีก 6 เดือนข้างหน้าคาดมียาเสพติดจำนวนมากรอเข้าตอนกลางประเทศ ซึ่งใช้เวที TBC และ RBC เจรจาความร่วมมือเพื่อนบ้าน และอีกหลายประเทศ เพื่อสกัดกั้นสารตั้งต้น หรือหัวเชื้อผลิตยาเสพติด

ส่วนการลักลอบขนยาเสพติดชายแดนใช้บุุคคลเดินเท้า โดยแบกเป้ บรรจุเป้ละ 200,000 เม็ด และยานพาหนะทุกรูปแบบ บางส่วนขนผ่านโลจิตส์ติก บางรายแอบซุกซ่อนในปลากระป๋อง และทุกวิธีการ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น จำเป็นต้องเข้างวดผู้ประกอบการขนส่งอย่างเคร่งครัด หากรัฐบาลสนับสนุนรถเอ็กซ์เรย์
จำนวน 5 คันในเส้นทางหลัก หรือเส้นทางลำเลียง เชื่อว่า การตรวจค้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรายงานว่า มีการจับกุมยาย้า จำนวน 5 ล้านเม็ด ที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อเวลา09.00 น. (25 มี.ค.)

ผู้สื่อข่าวถามถึงสงครามตะวัน ออกกลาง มีผลกระทบต่อการผลิตและขนยาเสพติดอย่างไร

พล.ท.วรเทพ กล่าวว่า มีผลกระทบ เพราะผู้ผลิตและขนยาเสพติด ต้องใช้พลังงาน หรือน้ำมันเพื่อการผลิต และลำเลียงเพิ่มขึ้น แตน้ำมันราคาแพงและขาด แคลน จึงต้องทุ่มการผลิตเพื่อหารายได้ชดเชยนำเงินมาพัฒนาบ้านเมือง ส่งผลให้ยาเสพติดทะลักเข้าในประเทศมากขึ้นตามลำดับ จำเป็นต้องทลายและ สกัดกั้นครือข่ายดังกล่าว ให้ได้มากที่สุด